แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฤษฎา ปัถคามินทร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฤษฎา ปัถคามินทร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การทำ Relate Post ให้กับ Blogger

การทำ Relate Post ให้กับ Blogger  
1.เริ่มแรก หลังจาก Login แล้ว ให้ไปที่ รูปแบบ -> แก้ไข HTML และติ๊ก Checkbox ที่ ขยายแม่แบบเครื่องมือ ตามภาพด้านล่างเลยครับ (แล้วอย่าลืม Backup ธีมเก่าไว้ก่อน กันพลาด คลิกที่ ดาวน์โหลดแม่แบบฉบับเต็ม)

2.เสร็จแล้ว Copy Javascript ด้านล่าง เอาไปวางไว้ด้านใน Tag </head>

<script type="text/javascript">
//<![CDATA[
var relatedTitles = new Array();
var relatedTitlesNum = 0;
var relatedUrls = new Array();
function related_results_labels(json) {
for (var i = 0; i < json.feed.entry.length; i++) {
var entry = json.feed.entry[i];
relatedTitles[relatedTitlesNum] = entry.title.$t;
for (var k = 0; k < entry.link.length; k++) {
if (entry.link[k].rel == 'alternate') {
relatedUrls[relatedTitlesNum] = entry.link[k].href;
relatedTitlesNum++;
break;
}
}
}
}
function removeRelatedDuplicates() {
var tmp = new Array(0);
var tmp2 = new Array(0);
for(var i = 0; i < relatedUrls.length; i++) {
if(!contains(tmp, relatedUrls[i])) {
tmp.length += 1;
tmp[tmp.length - 1] = relatedUrls[i];
tmp2.length += 1;
tmp2[tmp2.length - 1] = relatedTitles[i];
}
}
relatedTitles = tmp2;
relatedUrls = tmp;
}
function contains(a, e) {
for(var j = 0; j < a.length; j++) if (a[j]==e) return true;
return false;
}
function printRelatedLabels() {
var r = Math.floor((relatedTitles.length - 1) * Math.random());
var i = 0;
document.write('<ul>');
while (i < relatedTitles.length && i < 20) {
document.write('<li><a href="' + relatedUrls[r] + '">' + relatedTitles[r] + '</a></li>');
if (r < relatedTitles.length - 1) {
r++;
} else {
r = 0;
}
i++;
}
document.write('</ul>');
}
//]]>
</script>
3.และต่อด้วยหา code ตามด้านล่างนี้

<b:if cond='data:post.labels'>
<data:postLabelsLabel/>
<b:loop values='data:post.labels' var='label'>
<a expr:href='data:label.url' rel='tag'><data:label.name/></a><b:if cond='data:label.isLast != "true"'>,</b:if>
</b:loop>
</b:if>
4.และแทนที่ตามตัวอย่างใน Code ด้านล่าง *ดูตรงตัวหนาๆ นะ และตรงตัวเลขสีแดงๆ คือจำนวนที่จะให้แสดงครับ

<b:if cond='data:post.labels'>
<data:postLabelsLabel/>
<b:loop values='data:post.labels' var='label'>
<a expr:href='data:label.url' rel='tag'><data:label.name/></a><b:if cond='data:label.isLast != "true"'>,</b:if>
<b:if cond='data:blog.pageType == "item"'>
<script expr:src='"/feeds/posts/default/-/" + data:label.name + "?alt=json-in-script&amp;callback=related_results_labels&amp;max-results=5"' type='text/javascript'/>
</b:if>

</b:loop>
</b:if>
5.บันทึก Template แล้วไปที่หน้า องค์ประกอบของหน้า แล้วทำการ เพิ่ม Gadget คลิกเลือกเพิ่ม Html จาวาสคริปส์ แล้วใส่ code ข้างล่างนี้ลงไป
<script type="text/javascript">
removeRelatedDuplicates();
printRelatedLabels();
</script>
6. แล้วเอา Gadget จาวาสคิปส์อันเมื่อกี้ มาวางไว้ที่ ด้านล่างของ บทความบล็อก

7.และ กลับมาที่หน้า แก้ไข Html อีกครั้ง แล้วคลิก ที่ขยายแม่แบบ จากนั้นค้นหา tag ที่เพิ่งเพิ่มลงไปเมื่อกี้คือ <b:widget id='HTMLxx' locked='false' title='Relate Post' type='HTML'> (ตรงสีแดงอาจเป็นตัวเลขแตกต่างกันไป) ทำการเพิ่ม code ตรงบริเวณที่เน้นตัวหนา ตามตัวอย่าง ด้านล่าง ลงไป

<b:widget id='HTMLxx' locked='false' title='Relate Posts' type='HTML'>
<b:includable id='main'>
<b:if cond='data:blog.pageType == "item"'>
<!-- only display title if it's non-empty -->
<b:if cond='data:title != ""'>
<h2 class='title'><data:title/></h2>
</b:if>
<div class='widget-content'>
<data:content/>
</div>
<b:include name='quickedit'/>
</b:if>
</b:includable>
</b:widget> 
8.เสร็จ แล้วก็บันทึกซะ และลอง preview ดูที่ blog ของเพื่อนๆ ในหน้าแรกมันไม่โชว์นะ Relate Post มันจะโชว์ แต่หน้าบทความในแต่ละ Post เท่านั้น


ที่มา:
http://begindesign.blogspot.com/2009/08/relate-post-seo-blogger.html

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เวิร์ดเพรสส์

เวิร์ดเพรสส์ (อังกฤษWordPress) เป็นโปรแกรมช่วยสร้างบล็อก ซึ่งเขียนด้วยภาษาพีเอชพีและใช้ฐานข้อมูล MySQL มีสัญญาอนุญาตใช้งานแบบ GPL เริ่มพัฒนาโดย แมตต์ มูลเลนเวก รุ่นปัจจุบันคือ 3.5.1 หลังจากซอฟต์แวร์สร้างบล็อก Movable Type ของบริษัท Six Apart ได้เปลี่ยนแปลงการคิดค่าใช้งานใน พ.ศ. 2547 ผู้ใช้เดิมของ Movable Type จำนวนมากจึงหันมาใช้ เวิร์ดเพรสส์แทน เนื่องจากว่ามีรูปแบบการใช้งานคล้ายคลึงกัน
ซึ่งปัจจุบัน เวิร์ดเพรสส์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากบล็อกเกอร์ทั่วโลก เนื่องจากเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน อีกทั้งยังมีผู้ที่สร้างปลั๊กอิน (โปรแกรมเสริม) , ธีม (รูปแบบการแสดงผล) , รวมทั้งระบบอื่นๆ ที่สามารถใช้งานร่วมกับ เวิร์ดเพรสส์ได้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ เวิร์ดเพรสส์ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เวิร์ดเพรสส์ยังได้แตกหน่อออกมาเป็น เวิร์ดเพรสส์ มิว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้สร้างเว็บบล็อก เพื่อให้ผู้อื่นใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งระบบของ เวิร์ดเพรสส์MU นั้น ได้มีการปรับปรุงให้รองรับกับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นกว่า เวิร์ดเพรสส์ในรุ่นปกติ
ปัจุจบันได้มีการ แก้ไขโค้ดของ เวิร์ดเพรสส์เพื่อใช้ในการให้บริการพื้นที่สร้างบล็อกด้วย 
การพัฒนาของ WordPress
WordPress นี้พัฒนาต่อยอดมาจาก b2/cafelog ที่พัฒนาโดย Michel Valdrighi และชื่อ WordPress นี้ก็ได้มาจากการแนะนำของ Christine Selleck ซึ่งเป็นเพื่อนกับหัวหน้าทีมพัฒนา นั่นคือ Matt Mullenweg โดยปรากฏโฉมครั้งแรกในปี 2546 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Matt Mullenweg และ Mike Little เพื่อที่จะสร้าง fork ของ b2
ในปี 2547 บริษัท Six Apart ผู้พัฒนา Moveable Type ได้มีการคิดค่าใช้งาน ทำให้ผู้ใช้หันมาใช้ WordPress กันเป็นจำนวนมาก
รุ่นที่ออก
รุ่นชื่อรุ่นวันที่เผยแพร่
0.7027 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
1.2Mingus22 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
1.5Strayhorn17 กุมภาพนธ์ พ.ศ. 2548
2.0Duke31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
2.1Ella22 มกราคม พ.ศ. 2550
2.2Getz16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
2.3Dexter24 กันยายน พ.ศ. 2550
2.5Brecker29 มีนาคม พ.ศ. 2551
2.6Tyner15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
2.7Coltrane11 ธันวาคม พ.ศ. 2551
2.8Baker10 มีนาคม พ.ศ. 2552
2.9Carmen19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
3.0Thelonious17 มีนาคม พ.ศ. 2553
3.1Reinhardt23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
3.2Gershwin4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554


ที่มา: 1.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B9%8C
2.http://www.youtube.com/watch?v=0vb4HyAYQo0

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Dealfish.co.th

หลายปีที่ผ่านมาทุกคนคงรู้จักหรือเคยเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์สนุก! คลาสสิฟายด์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งประกาศซื้อขายรายแรกๆ ของประเทศไทย หลังจากนั้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2554 ที่ผ่านมา สนุก! คลาสสิฟายด์ ได้ปรับโฉมใหม่ เป็น dealfish.co.th ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ โดยปรับเปลี่ยนทั้งชื่อ รูปแบบของเว็บไซต์ และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการประกาศซื้อ ขายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกน “ซื้อง่าย ขายฟรี ที่ dealfish.co.th” โดย 1 ปีที่ผ่านมา Dealfish ได้มีการพัฒนาฟังก์ชั่นหลายรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน ที่ต้องการประกาศซื้อขายสินค้าให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ dealfish.co.th สามารถเป็นผู้นำในตลาดเว็บไซต์ประกาศซื้อขายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว


มุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้วยฟังก์ชั่นที่เอื้ออำนวยลูกค้า
เริ่มต้นด้วยการพัฒนา Dealfish on mobile ที่เป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนามาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งนิยมใช้งาน อุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลัก เพียงแค่พิมพ์ m.dealfish.co.th ก็เหมือนเราใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ ถ้าหากสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ สำหรับผู้ขาย dealfish.co.th ได้มีการพัฒนา facebook store ที่เปรียบเสมือนมีหน้าร้านกับ Dealfish แค่คุณมี fanpage และเป็นสมาชิกกับเราเท่านั้น ใช้งานง่ายและ ก็ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้ได้มากยิ่งขึ้น หากต้องการสร้างหน้า FB Store สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่

นอกจากนี้ Dealfish ได้มีบริการประกาศซื้อขายสินค้าที่เน้นแต่ละพื้นที่ โดยแบ่งออกไปตามจังหวัดต่างๆ โดยจังหวัดแรกที่เราเริ่มทำคือ Dealfish Chiangmai อยากรู้ว่าดีลฟิชเชียงใหม่ เป็นแบบไหน สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://chiangmai.dealfish.co.th/ หรือ http://blog.dealfish.co.th/articles/dealfish-on-chiangmai/

ด้วยความรับรู้และรับผิดชอบต่อบทบาทของผู้นำด้านตลาดซื้อ-ขายออนไลน์ บทบาทหนึ่งคือการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องตลาดซื้อ-ขายออนไลน์ และการสร้างกระแสการรับรู้ที่เร็วที่สุดคือโทรทัศน์ Dealfish.co.th ได้สร้างความแตกต่างอีกครั้งด้วยการใช้สื่อโทรทัศน์ และด้วยหนังโฆษณาที่โดนใจ โฆษณาทางโทรทัศน์ของ Dealfish จำนวน 2 ชุด ได้เผยแพร่ และเป็นที่กล่าวขวัญในโลกออนไลน์ และสร้างกระแสการรับรู้อย่างรวดเร็ว  ทำให้จำนวนผู้เข้าใช้บริการของเราสูงขึ้นจนเป็นอันดับหนึ่ง โดยโฆษณาชุดแรกที่ออกอากาศ สื่อถึงการใช้งานเว็บไซต์ที่ง่ายและชัดเจน และยังรวมไปถึงโฆษณาชุดใหม่ที่เป็นชุดยามไหนๆก็เข้าดีลฟิช ซึ่งถือเป็นการบ่งบอกตัวตนของ Dealfish และ Brand Personality ให้ดูน่าใช้บริการมากยิ่งขึ้น

นอกจาก TVC ปัจจุบันเราได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งการ wrap สติ๊กเกอร์ที่รถโดยสารประจำทาง ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด และลงสื่อโฆษณาตามนิตยสารต่างๆ จากสื่อที่เราใช้ ทำให้ชื่อของ Dealfish เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับแรกและเป็นกระแสในตอนนี้ คือ อสังหาฯ เสื้อผ้า รถมือสอง พระเครื่อง และสินค้าไอที ที่มีผู้ค้นหาและลงประกาศขายเป็นจำนวนมาก

ในอนาคตทาง Dealfish กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับอุปกรณ์ต่างๆให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยตัวแรกจะเป็นแอพพลิเคชั่นของ iOS ที่ กำลังพัฒนาและจะใช้งานได้ในอีกไม่ช้า นอกจากนั้น Dealfish ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ สู่ลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำให้ตลาดซื้อขายออนไลน์คึกคักยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน dealfish.co.th อ้างอิงข้อมูลจากจำนวน Pageview เดือนมกราคม - ปัจจุบัน รวม 383,290,000 และ UIP เดือนมกราคม - ปัจจุบัน รวม 17,131,500 มากไปกว่านั้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเราได้เป็นอันดับ 1 ของเว็บไซต์ประเภทตลาดประกาศซื้อขายออนไลน์ Classified โดยมี UIP อยู่ที่ 1,809,000 กับ Pageview : 50,574,000 ทำให้ตอนนี้ Dealfish มีจำนวนประกาศทั้งหมด 211,500 รายการ พร้อมจำนวนสมาชิก148,000 ราย รวมไปถึง feature เด่นๆ สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการเพื่อช่วยให้เรื่องซื้อขายไม่ใช่เรื่องยาก

วันนี้ chiangmai.dealfish.co.th ได้เกิดขึ้นอีก  จากความใส่ใจของทีมงาน เราพบว่าจำนวนผู้เข้าใช้บริการของ dealfish.co.th นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว เชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช และหาดใหญ่ มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการสูงเป็นอันดับรองลงมา และเพื่อตอบสนองความต้องการและเป็นการกระจายช่องทางการซื้อ-ขายออนไลน์ให้ ครอบคลุมแต่ละพื้นที่ให้มากที่สุด เพราะผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไปที่อยากซื้อ หรือขายของออนไลน์ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น  และในวันนี้ศักยภาพของระบบสารสนเทศพื้นฐาน รวมถึงอุปกรณ์ไอทีมีให้เลือกหลากหลายและสะดวกสะบายมากขึ้นแน่นอนว่าในปีงู เล็กที่จะถึงนี้ ท่านจะได้พบกับความคืบหน้าของการซื้อ-ขายออนไลน์ที่มีศักยภาพมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สินค้า ช่องทาง ฯลฯ

ที่มา:
http://news.siamphone.com/news-10338.html

เทคนิคการแต่งภาพสไตล์โลโม

เทคนิคการแต่งภาพสไตล์โลโม
หลายคนอาจจะงงว่าภาพ โลโม (LOMO) มันคืออะไร มันก็คือภาพที่มี Contrast จัดๆ ขอบรูปมืดๆ นั้นเอง ภาพที่ตกแต่งด้วยสไตล์โลโมนั้นจะมีลักษณะสีที่ดูสดขึ้น ทำให้ภาพธรรมดา ๆ มีความโดดเด่นขึ้นในด้านของสีสรรที่สวยงาม แม้ว่าเราจะไม่มีกล้องโลโมที่จะถ่ายภาพให้ออกมาแปลกตา แต่เราก็สามารถนำภาพจากกล้องดิจิตอลของเรา มาดัดแปลงแต่งเติมให้เป็นภาพแนวโลโมได้ไม่ยากค่ะ วันนี้ทางทีมงาน Design guru ขอแนะนำวิธีการทำภาพแนวโลโมแบบไม่ต้องออกแรงมากค่ะ เพราะเราจะใช้ Script ซึ่งเป็นวิธีแบบสำเร็จรูป
ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำงั้น จะต้องโหลดตัว Script มาลงก่อนค่ะ โหลด Script Lomo จากนั้นทำการแตกไฟล์ที่ได้มา แล้วนำไฟล์ที่ชื่อว่า CHLomoScript ไปไว้ที่ C:\Program Files\Adobe\Adobe Photoshop CS2\Presets\Scripts เมื่อลง Script เรียบร้อยแล้วก็เปิดโปรแกรม Photoshop ได้เลยค่ะ

1. ให้เปิดรูปที่ต้องการขึ้นมาค่ะ โดยไปที่ File---->Open
 
2. เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้วให้ไปที่ เมนู File ---> Scripts --- > CHLomoScript ค่ะ แล้วรอสักครู่เพื่อให้โปรแกรมจัดการรูปภาพให้เรา
 
3. จากรูปที่ได้จะเห็นว่าสีมันจัดจ้านแสบตามาก เราต้องมาลดสีมันนิดหน่อย โดยคลิกเลือกที่เลเยอร์ Background และไปที่เมนู Image ---> Adjustments ---> Hue/saturation หรือ Ctrl+U
ปรับค่า Saturation ตามใจชอบเพื่อลดความจัดของสีลงหน่อย จากในตัวอย่างปรับลดลงประมาณ -35
รูปที่ทำเรียบร้อยแล้ว
เปรียบเที่ยบความแตกต่างของรูปก่อนทำและหลังทำ

โปรแกรมแจ้งเตือนเด็กหนีเรียน มาตราการเด็ดดัด นร.หลังยาว SMS แจ้งพ่อแม่รายวัน

โปรแกรมแจ้งเตือนเด็กหนีเรียน มาตราการเด็ดดัด นร.หลังยาว SMS แจ้งพ่อแม่รายวัน

        D-Time(School) เป็นระบบการบันทึกเวลาเข้า ออก โรงเรียน หรือหอพัก ของนักเรียน เพื่อตรวจสอบการเข้าออกโรงเรียนหรือหอพัก ของนักเรียนแต่ละคน ว่าเข้าออกโรงเรียนตามเวลาที่กำหนดหรือไม่
         D-Time(ClassRoom) เป็นระบบการบันทึกเวลาเข้าเรียนของวิชาที่ลงทะเบียนเรียน เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของนักเรียน นักศึกษา ในแต่ละวิชาที่ต้องการควบคุมเวลามาเรียนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถสรุปสถิติการมาเข้าเรียนพร้อมคำนวณสิทธิการเข้าสอบในแต่ละวิชา หรือบันทึกเวลาเข้าออกประตูโรงเรียนก็ได้เช่นกัน
         D-Time รองรับทั้งเครื่อง สแกนลายนิ้วมือ และ เครื่องทาบบัตร สามารถสรุปเพื่อดูสถิติการมาโรงเรียนของนักเรียนแต่ละคนได้ เพื่อประโยชน์ แก่ทั้งนักเรียน และอาจารย์ผู้สอน อีกทั้งสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ว่าบุตรหลานในความดูแล ได้เข้าออกโรงเรียนจริง   สามารถส่ง SMS หรือรายงานผ่าน Email  ได้ แบบ Real-Time

เครื่องอ่านลายนิ้วมือ fingerSCan เครื่องทาบบัตร RFID
แสดงการทำงานของระบบ
เหมาะสำหรับ
โรงเรียน มหาวิทยาลัย
สถาบันสอนเสริม กวดวิชา
สถาบันสอนดนตรี กีฬา
สถานศึกษาประเภทต่างๆ
และงานประเภทอื่นๆ ที่ต้องการ การลงเวลาการเข้าพื้นที่ หรือบริเวณที่กำหนด ลูกค้าสามารถ ปรึกษาทางบริษัทเพื่อออกแบบ ระบบให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการขึ้นมาได้

โปรแกรม SMS แจ้งเด็กหนีเรียน

คุณสมบัติของระบบ D-Time ( Class )
  • ระบบสามารถรองรับการใช้งานร่วมกับ บัตร  RFID ได้ ไม่ว่าจะเป็น แบบ Proximity Card ( EM Card ) , Mifare card (IC Card , Smart Card ) ทั้งแบบ  1k (S50), 4k (S70)  สามารถโอนย้าย นำเข้าข้อมูลนักเรียน นักศึกษา จาก software ตัวเก่าได้
  • ระบบสามารถรองรับการใช้งานแบบ Finger Scan เป็นการลงเวลาด้วยลายนิ้วมือ
  • ระบบรองรับการเชื่อมต่อแบบ Client –Server สามารถเข้าดูข้อมูลได้จากทุกเครื่องที่เชื่อมต่อใน network
  • ระบบใช้ ฐานข้อมูล Microsoft SQL Server เป็นฐานข้อมูลหลักของระบบ (สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น MySQL , Oracle , ODBC , Access )
  • ระบบรองรับการเข้าดูข้อมูลผ่านทาง website โดยผู้ปกครองสามารถ เข้าดูข้อมูลย้อนหลังการเข้าออก โรงเรียนย้อนหลังผ่านทาง  website  ได้ 
  • ระบบรองรับการการส่งข้อมูลรายงานการเข้าเรียนของนักเรียน นักศึกษา ผ่าน  SMS  ได้
  • กำหนดเกณฑ์เวลาเข้าเรียนในแต่ละวิชา เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เรียน และเกณฑ์ในการเข้าเรียน
  • กำหนดนักเรียน นักศึกษา ที่ลงทะเบียนในแต่ละวิชา เพื่อจะได้ทราบว่าในแต่ละวิชามีนักเรียน นักศึกษา คนใดบ้างที่ลงทะเบียน
  • ปรับเปลี่ยนวันที่เรียนจากวันที่ปกติ เป็นวันอื่นที่มีการเรียนจริงได้ เพื่อการลงเวลาเข้าเรียนได้ถูกต้อ
  • ปรับเปลี่ยนห้องเรียนจากห้องเรียนปกติ เปลี่ยนไปห้องเรียนอื่นได้ และวันอื่นที่มีการเรียนจริง
  • บันทึกเวลาการปรับเวลาเรียน กรณีที่เวลาเรียนไม่ปกติตามที่กำหนด เช่น ,มาเข้าเรียนสาย หรือ กลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน
  • สามารถบันทึกรูปภาพนักเรียน
  • สามารถโอนข้อมูลบันทึกเวลาจากเครื่องบันทึกเวลามาที่ฐานข้อมูลโดยผู้ใช้ หรือแบบอัตโนมัติ
  • สามารถแสดงข้อมูลพนักงานที่ทำการบันทึกเวลาผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
  • สามารถกำหนดเกณฑ์เวลาเรียนในแต่ละรายวิชา
  • สามารถนำเข้าข้อมูลนักเรียนจากระบบอื่น
  • สามารถบันทึกใบลาประเภทต่างๆ
  • มีช่วยเหลือ หากมีการลืมลงเวลาเรียนกรณีที่มาเรียนแต่ไม่ได้ลงเวลา เช่น เข้าเรียนจริง แต่ไม่ได้บันทึกเวลาเข้าเรียน
  • สรุปเวลานักเรียน นักศึกษา แต่ละวิชา แต่ละวัน เพื่อสรุปเวลาเข้าออกเรียนของนักเรียน นักศึกษา และคำนวณหาสิทธิในการเข้าสอบ
  • มีระบบรองรับการส่ง พิมพ์จดหมาย ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อแจ้งเตือนได้

รูปแบบการรายงานผลของระบบ


  • รายงานสรุปการบันทึกเวลาเรียน (รายบุคคล)
  • รายงานสรุปการบันทึกแยกตามรายวิชา
  • รายงานบันทึกเวลาเรียนรายบุคคล แยกตามรายวิชา
  • รายงานบันทึกเวลาตามวันที่เรียน - ห้องที่เรียน
  • รายงานบันทึกเวลาตามวันที่เรียน - รายบุคคล
  • รายงานบันทึกเวลาเข้าออกประตูแยกตามห้องเรียน
  • รายงานบันทึกเวลาเข้าออกประตูรายบุคคล
  • รายงานสรุปเวลาเข้าออกประตูแยกตามห้องเรียน
  • รายงานสรุปเวลาเข้าออกประตูแยกตามระดับชั้น
  • รายงานสรุปเวลาเข้าออกประตูทั้งหมด
ตัวอย่างรายงาน



ที่มา:

http://dollysolutions.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99.html

KAPOOK.COM

กระปุกดอตคอม (Kapook.com) ในตราสัญลักษณ์สะกดว่า (K@POOK!) เป็นเว็บไซต์ประเภท เว็บท่า ที่มีผู้เยี่ยมชมมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ก่อตั้งโดยปรเมศวร์ มินศิริ โดยมีสโลแกนว่า "เว็บแรกที่คุณเลือก" ซึ่งมีบริการต่าง ๆ เช่น กระปุกดาวน์โหลด, Planet, ดุ๊กดิ๊ก (Glitter) เป็นต้น ควบคุมดูแลโดย บริษัท บัณฑิตเซ็นเตอร์ จำกัด
กระปุกดอตคอมเริ่มเปิดเว็บไซต์วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2543
โดยเนื้อหาของ Kapook นั้นเน้นไปทางด้านวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ วัย หรือการปรับตัว หรือรููปภาพ

ที่มา:

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มารู้จักกับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กันก่อน
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่ต่างไปจากจดหมายทั่ว ๆ ไป คือ จะต้องมีผู้ให้บริการ ซึ่งเปรียบเทียบแล้วก็ที่ทำการไปรษณีย์นี่เอง เป็นผู้จัดการส่งหรือรับจดหมายให้เรา ผู้ใช้งานจะต้องมีที่อยู่ของตนเองกับผู้ให้บริการนั้น ๆ ซึ่งสามารถขอได้ บางที่อาจจะมีค่าบริการ แต่สำหรับของไทยมีฟรีหลายที่ การขอที่อยู่ส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า อีเมล์แอดเดรส (E-mail Address) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อีเมล์ (E-mail) เพื่อใช้ในการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิก
เว็บไซต์ที่ให้บริการ
1. www.hotmail.com
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
2. www.yahoo.com
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
3.www.chaiyo.comเป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไทย ออกแบบหน้าจอเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย
4. www.thaimail.com
เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไทย ออกแบบหน้าจอเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย

ที่มา:
http://school.obec.go.th/kudhuachang/les09.htm

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ภูกระดึง

ประวัติภูกระดึง ความเป็นมา และตำนาน

อ่าน ประวัติภูกระดึง ก่อนจะไปเที่ยวภูกระดึง จะทำให้เรารู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ในแต่ละจุดที่เราผ่านไป และเที่ยวได้อย่างสนุก บางคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าครั้งหนึ่ง ภูกระดึงเคยจมอยู่ใต้ทะเลมาก่อน ดังจะเห็นได้จากการที่มีการค้นพบซากฟอสซิวต่างๆและลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่บ่งบอกได้ เอาล่ะ มาดูกันว่า ประวัติภูกระดึง และการค้นพบ มีที่มาที่ไปอย่างไร

ประวัติภูกระดึง

ตามตำนานภูกระดึงนั้น มีเรื่องเล่าว่า มีพรานผู้หนึ่งตามล่ากระทิงโทน ขึ้นไปจนถึงบนยอดเขาลูกหนึ่งในเขตตำบลศรีฐาน ได้พบพื้นที่บนยอดเขาราบเรียบและกว้างใหญ่มากเป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าสน มีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างเรียงรายเป็นระเบียบ และยังเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า ฝูงกระทิง เก้ง กวาง ซึ่งหากินอยู่เป็นฝูง ๆ ไม่ตระหนกตื่นกลัวนายพราน เนื่องจากไม่เคยเห็นคนมาก่อน นับจากนั้นมา ภูกระดึงก็เริ่มเปิดตัวเองสู่สายตาชาวโลก
ภูกระดึงซึ่งธรรมชาติได้ปิดซ่อนเร้นมานานก็ถูกเปิดเผยให้มนุษย์รู้จักแต่นั้นมาจากการเล่าลือกันมาแต่โบราณว่า มีผู้ได้ยินเสียงระฆังของพระอินทร์ที่อยู่บนเขานี้ดังนั้นจึงให้ชื่อว่า ภูกระดึง หรือ ภูกะดึง เพราะคำว่า “ภู” หมายถึง ภูเขา และ “กระดึง” มาจาก “กระดิ่ง” ภาษาพื้นเมืองจังหวัดเลยแปลว่า “ระฆังใหญ่”นอกจากนี้เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาบางส่วนหากเดินหนักๆ หรือใช้ไม้กระทุ้งก็จะมีเสียงก้องคล้ายระฆัง ซึ่งเกิดจากโพรงข้างใต้ จึงได้รับขนานนามว่า “ภูกระดึง”
ประวัติภูกระดึง
ภูกระดึง เป็นที่รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 สมุหเทศาภิบาล (พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม)ได้ทำรายงานสภาพภูมิศาสตร์เสนอต่อกระทรวงมหาดไทย และต่อมาในปี พ.ศ.2463 นายอำเภอวังสะพุง ซึ่งปกครองท้องที่เขตภูกระดึงในขณะนั้นได้ขึ้นไป สร้างพระพุทธรูปไว้บนยอดภูกระดึงองค์หนึ่ง ในปี พ.ศ. 2486 ทางราชการได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดป่าภูกระดึงให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติและกรมป่าไม้ เริ่มดำเนินการสำรวจ เพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นที่ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นแห่งแรก แต่เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณและเจ้าหน้าที่จึงให้ดำเนินการไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

มารู้จักกับอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึง

ภูกระดึง นับเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพทั่วไปของภูกระดึง ประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี บนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยว ปรารถนาและหวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง สักครั้งหนึ่งในชีวิต

ซอยแชท

ข่าวทุกหมวดหมู่


ที่มา:
http://www.ichat.in.th/Myptcnote/topic-readid107929-page1

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หูฟังดีไซน์ (i.Tech SolarVoice 908)

หูฟังดีไซนสมัยและเป็นมิต รกับสิ่งแวดล้อมชิ้นนี้ ได้รับเลือกจากคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนักออกแบบชื่อดังในอุตสาหกรรม ให้ได้บรางวัล CES Innovations Award ในประเภทอุปกรณ์หูฟังไร้สาย โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมสินค้าอิเล็คทรอนิคส์เพื่อผู้บริโภค (CEA) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน International CES งานแสดงเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (IDSA) ด้วย SolarVoice 908 เป็นหูฟังบลูทูธพลังแสงอาทิตย์ตัวแรกมาพร้อมซอฟท์แวร์ประมวลผลแบบดิจิตอลซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างและเสียงเพี้ยนได้เป็นอย่างดี เวลาการใช้งานสูงสุดของหูฟังอยู่ที่ 5 ชั่วโมง เวลาสแตนด์บายเมื่อไม่ได้รับแสงอาทิตย์อยู่ที่ 140 ชั่วโมง หากหูฟังได้รับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่จะมีเวลาสแตนด์บายไม่จำกัด

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556