แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนตรนภา ชูแก้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนตรนภา ชูแก้ว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เว็บซื้อขายสินค้า ด้วย E-Commerce


E-Commerce

การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็นสื่อในการขายสินค้าได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยแล้วความนิยมด้านเว็บไซต์ขายของเพิ่งจะเริ่มได้รับในระดับเริ่มต้นเท่านั้น อาจเป็นเพราะคนที่มีกำลังซื้ออย่างแท้จริงยังเข้าถึงสื่อประเภทนี้ไม่มากมายนัก บวกกับค่านิยมในอดีตที่มักซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบเห็นหน้ากันโดยตรงทำให้มีผลทางความเชื่อมั่นเมื่อต้องเปลี่ยนมาซื้อขายแบบไม่เห็นหน้าโดยผ่านจอคอมพิวเตอร์แทน แต่ในความเป็นจริงการขายสินค้าผ่านเว็บไซต์มีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจค่อนข้างมากในปัจจุบัน โดยประโยชน์ของการสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้ามีดังต่อไปนี้ความประหยัดถือเป็นจุดเด่นที่สามารถจับต้องได้ชัดเจนมากที่สุดของการสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้า เพราะหากลองจับคู่เทียบความแตกต่างระหว่างการเปิดหน้าร้านขายสินค้ากับการใช้เว็บไซต์เพื่อขายสินค้าแล้ว ผู้ประกอบการก็จะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ว่าการขายสินค้าผ่านโลกออนไลน์จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก เพราะทำเว็บไซต์แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแค่เสียค่าโดเมนและค่าทำเว็บไซต์เท่านั้น หรือหากเลือกใช้เว็บสำเร็จรูปก็ยิ่งสะดวกมากขึ้น เว็บไซต์จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากในการออกสตาร์ตเริ่มทำธุรกิจ  ลูกค้าสามารถเลือกชมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ต้องเดินทาง
การเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมทุกคนจากทุกมุมโลกให้ติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านทางเวิล์ดไวด์เว็บ การมีเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าจึงเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อซื้อสินค้าให้มีมากขึ้นและยังเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาเลือกซื้อสินค้าถึงบริษัทหรือหน้าร้านด้วยตนเองซึ่งอาจเสียเวลาพอสมควรเพราะการจราจรที่ติดขัด อีกทั้งเรายังสามารถซื้อขายผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขจัดปัญหาข้อจำกัดทางด้านเวลาได้อีกด้วย 
     การใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้ามีข้อได้เปรียบมากกว่าลงทุนเปิดร้านหรือโชว์รูมเป็นของตนเอง เพราะการมีหน้าร้านจะต้องเสียค่าเช่า ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ อีกจิปาถะ รวมถึงต้องเหน็ดเหนื่อยดูแลเปิดปิดร้าน ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ามากสักเท่าไรสำหรับธุรกิจซึ่งเพิ่งสร้าง เพราะอาจทำให้ระยะเวลาคืนทุนยืดออกไปอีก
     สื่อออนไลน์บนโลกไซเบอร์ได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีและสีสัน ช่วยให้การเสนอขายสินค้าดูดีและดึงดูดได้มากกว่าวิธีปกติธรรมดาทั่วไป ผู้ประกอบการอาจใช้ลูกเล่นในการนำเสนอ อาจการตกแต่งภาพของสินค้าและองค์ประกอบในรูปให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น สร้างวิดีโอสาธิตวิธีใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญหรือดาราผู้มีชื่อเสียงก็น่าสนใจเพราะสามารถส่งผลทางจิตวิทยาต่อผู้รับชมได้ไม่น้อย จึงเป็นเทคนิคที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการขายสินค้าผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    
สำหรับประเทศไทย การขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีคู่แข่งขันไม่มากที่หันมาใช้กลยุทธ์วิธีนี้ ดังนั้นการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งน่าสนใจมากซึ่งผู้ประกอบการควรนำมาใช้ต่อยอดทางธุรกิจ อีกทั้งยังควรก้าวให้ทันเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย อย่าลืมว่า “การทำอะไรก่อนผู้อื่นย่อมได้เปรียบเสมอ”

        
                  

ที่มา : http://incquity.com
          http://www.youtube.com/watch?v=bUWZacWHhsA

pantip.com

pantip.com

พันทิป.คอม (Pantip.com หรือนิยมเรียกย่อว่า พันทิป) เป็นเว็บไซต์ไทยที่ให้บริการเว็บบอร์ด ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมแห่งหนึ่ง มีห้องสนทนาครอบคลุมแทบทุกหัวข้อที่ตั้งแต่เรื่อง คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาศาสตร์ การเมือง ความรู้ กีฬา บันเทิง
พันทิปถือเป็นเว็บไซต์รุ่นแรก ๆ ของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ และยังคงดำเนินการมาจนทุกวันนี้[ต้องการอ้างอิง]
ปัจจุบันพันทิปเป็นพันธมิตรกับเนชั่นกรุ๊ป โดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจป้อนข่าวประจำชั่วโมงให้พันทิป และเนชั่นมัลติมีเดียบริหารโฆษณาให้ ซึ่งในปี 2550 เว็บพันทิปเป็น 1 ใน 10 เว็บที่มีคนนิยมมากที่สุดในประเทศไทย รองลงมาจากสนุก.คอม [2] และได้รับการจัดอันดับยอดนิยมของประเทศไทย โดย ทรูฮิต[3] โดยส่วนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่อันดับ 1 ใน 50 และนอกจากนี้มีให้บริการบล็อก ในเว็บไซต์บล็อกแก๊งก์ ซึ่งเชื่อมโยงกับเว็บพันทิปโดยตรง
พันทิป.คอม ก่อตั้งโดยนายวันฉัตร ผดุงรัตน์ โดยแรกเริ่มเพื่อจุดประสงค์ในการทำหนังสือแม็กกาซีนคอมพิวเตอร์ออนไลน์โดยนำชื่อมาจากห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าซึ่งเป็นแหล่งรวมการค้าคอมพิวเตอร์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจผิดว่าเป็นเว็บไซต์ของทางห้าง แต่ผลตอบรับจากผู้เยี่ยมชมกลับชื่นชอบที่จะใช้กระดานข่าวสาธารณะในการออกความคิดเห็นในด้านต่างๆ มากกว่ารูปแบบแม็กกาซีน จึงทำให้พันทิป.คอมเปลี่ยนเป้าหมายทางธุรกิจเป็นการดำเนินงานทางด้านกระดานข่าว และเลี่ยงการสะกดเป็น พันทิป โดยหารายได้จากการโฆษณาเป็นหลัก และขยายรูปแบบการทำงานเป็นกระดานข่าวเป็นหมวดต่าง ๆ
เนื้อหาหลักในเว็บพันทิปจะมีลักษณะการจัดการในลักษณะเว็บบอร์ด โดยในตัวเว็บจะแบ่งออกเป็นหลายส่วนเช่น พันทิปคาเฟ่ TechXchange พันทิปมาร์เก็ต ซื้อขายของ บล็อกแก๊งก์ ให้บริการบล็อก เซิร์ฟเวอร์ของพันทิป ใช้ระบบปฏิบัติการ FreeBSD โดยใช้ซอฟต์แวร์เว็บเซิร์ฟเวอร์ ชื่อ Apache และระบบฐานข้อมูล MySQL

   



ที่มา : http://th.wikipedia.org
          http://www.youtube.com/watch?v=hsQaidW5SCQ

ระบบสารสนเทศการศึกษา


 ระบบสารสนเทศการศึกษา

 ในการใช้งานระบบสารสนเทศการศึกษา(Edu-info) นั้นให้เรียกไปที่ https://eduinfo.ku.ac.th จะปรากฏหน้า log in เพื่อเข้าสู่ระบบสารสนเทศการศึกษา โดยระบบจะมีการแบ่งกลุ่มของผู้เข้าใช้งานระบบออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งคือ นิสิต/นักศึกษา กลุ่มที่สองคือ อาจารย์และคณาจารย์ กลุ่มที่สามคือ เจ้าหน้าที่ ซึ่งสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของระบบสารสนเทศการศึกษาจะแบ่งตามกลุ่มของผู้เข้าใช้งานระบบด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใช้งานระบบสามารถใช้ Account และ Password ของ Nontri Account สำหรับทำการ Login เข้าใช้งานระบบได้ทันที หรือหากมีปัญหาในการLog in เข้าใช้งานสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทั้งทาง อิเล็กทรอนิกส์เมล์หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากทีม ศูนย์ช่วยเหลือ ประสานงานด้านคอมพิวเตอร์และเครือข่าย(help desk) ได้ ดังรูปที่ 1.1

รูปที่ 1.1 หน้าแรกระบบสารสนเทศการศึกษา




กรณีที่ไม่สามารถ Login เข้าใช้งานระบบได้

1. ให้ทำการตรวจสอบว่า Account ถูกต้องหรือไม่ หรือ ตรวจสอบว่าAccount ดังกล่าวยังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่

2. ตรวจสอบระบบNetwork ว่ามีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายหลักอยู่หรือไม่
3. ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอคำแนะนำ หรือแจ้งปัญหาเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป




เมื่อทำการ Login เข้าระบบสารสนเทศการศึกษาสำเร็จ

1. ในกรณีผู้เข้าใช้งานระบบเป็นนิสิต/นักศึกษา จะปรากฏหน้าจอการใช้งานดังรูปที่1.2

รูปที่1.2 นิสิต/นักศึกษาเข้าสู่ระบบสารสนเทศการศึกษา

 เมื่อนิสิต/นักศึกษา Log in เข้าระบบสารสนเทศการศึกษาจะปรากฏเมนูการใช้งานซึ่งแบ่งออกเป็น3 ส่วนคือ
       - ข้อมูลส่วนที่เป็นเมนูอำนวยความสะดวกการใช้งานระบบและสามารถค้นหาข้อมูลการลงทะเบียน การลงทะเบียนผ่านระบบ หรือติดต่อขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ ปรากฏเป็นแถบเมนูทางด้านบน
       - ข้อมูลเกี่ยวกับประจำตัวนิสิต/นักศึกษา ประกอบด้วย ประวัติของนิสิต/นักศึกษาผู้เข้าใช้งานระบบ ผลการเรียน ข้อมูลการลงทะเบียนเรียน ตารางเรียน เป็นต้น ซึ่งจะปรากฏอยู่ในแถบเมนูทางด้านหน้า
       - ส่วนเมนูด้านล่างเป็นเว็บบอร์ด และลิงค์สำหรับเสนอคำแนะนำ และข้อแก้ไข รวมทั้งปัญหาที่พบในการใช้งานระบบเพื่อให้ทางทีมพัฒนาได้นำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงบริการ



2. ในกรณีผู้เข้าใช้งานระบบเป็นอาจารย์และคณาจารย์จะปรากฏหน้าจอการใช้งานดังรูปที่1.3


รูปที่1.3 อาจารย์และคณาจารย์เข้าสู่ระบบสารสนเทศการศึกษา
      เมื่ออาจารย์และคณาจารย์ Log in เข้าระบบสารสนเทศการศึกษาจะปรากฏเมนูการใช้งานซึ่งแบ่งออกเป็น3 ส่วนคือ
       - ข้อมูลส่วนที่เป็นเมนูอำนวยความสะดวกการใช้งานระบบและสามารถค้นหาข้อมูลสรุปเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ข้อมูลประจำตัว อาจารย์ ระบบประเมินอิเล็กทรอนิกส์ หรือติดต่อขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ ปรากฏเป็นแถบเมนูทางด้านบน
       - ข้อมูลเกี่ยวกับประจำตัวอาจารย์และคณาจารย์ ประกอบด้วย ประวัติของอาจารย์และคณาจารย์ผู้เข้าใช้งานระบบ ประวัติและผลการเรียนของนิสิตในที่ปรึกษา ข้อมูลการลงทะเบียนเรียน ปีที่จบการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี และ บัณฑิตศึกษา เป็นต้น ซึ่งจะปรากฏอยู่ในแถบเมนูทางด้านหน้า
       - ส่วนเมนูด้านล่างเป็นเว็บบอร์ด และลิงค์สำหรับเสนอคำแนะนำ และข้อแก้ไข รวมทั้งปัญหาที่พบในการใช้งานระบบเพื่อให้ทางทีมพัฒนาได้นำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงบริการ



3. ในกรณีผู้เข้าใช้งานระบบเป็นเจ้าหน้าที่จะปรากฏหน้าจอการใช้งานดังรูปที่1.4


รูปที่1.4 เจ้าหน้าที่เข้าสู่ระบบสารสนเทศการศึกษา
       เมื่อเจ้าหน้าที่ Log in เข้าระบบสารสนเทศการศึกษาจะปรากฏเมนูการใช้งานซึ่งแบ่งออกเป็น2 ส่วนคือ
       - ข้อมูลส่วนที่เป็นเมนูอำนวยความสะดวกการใช้งานระบบและสามารถค้นหาข้อมูลสรุปเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ อาทิ ตารางเรียน บันทึกการลงทะเบียน ค้นหารายชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษา ค้นหารายชื่อและข้อมูลของนิสิต/นักศึกษา รวมทั้งสามารถแก้ไขข้อมูลนักศึกษาได้(สำหรับเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับการอนุญาตสิทธิ์) หรือติดต่อขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ ปรากฏเป็นแถบเมนูทางด้านบน

       - ส่วนเมนูด้านล่างเป็นเว็บบอร์ด และลิงค์สำหรับเสนอคำแนะนำ และข้อแก้ไข รวมทั้งปัญหาที่พบในการใช้งานระบบเพื่อให้ทางทีมพัฒนาได้นำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น 




                         

ที่มา : https://eduinfo.ku.ac.th/index.php?id=newuser
          http://www.youtube.com/watch?v=hrcTiAZDUOw

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน



 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน


(Computer Assisted Instruction)




  คอมพิวเตอร์ช่วยสอน  หมายถึง วิถีทางของการสอนรายบุคคลโดยอาศัยความสามารถของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะจัดหาประสบการณ์ที่มีความสัมพันธ์กันมีการแสดงเนื้อหาตามลำดับที่ต่างกันด้วยบทเรียนโปรแกรมที่เตรียมไว้อย่างเหมาะสม

ประเภทของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
1. บทเรียน (Tutorial) 
เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาในลักษณะของบทเรียนโปรแกรม
ที่เสนอเนื้อหาความรู้เป็นส่วนย่อย ๆเลียนแบบการสอนของครู
2. ฝึกทักษะและปฏิบัติ (Drill and Practice)
ส่วนใหญ่ใช้เสริมการสอน ลักษณะที่นิยมกันมากคือ การจับคู่ ถูก-ผิด
เลือกข้อถูกจากตัวเลือก
3. จำลองแบบ (Simulation)
นิยมใช้กับบทเรียนที่ไม่สามารถทำให้เห็นจริงได้
4. เกมทางการศึกษา (Educational Game)
5. การสาธิต (Demonstration) 
นิยมใช้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
6. การทดสอบ (Testing) 
เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
7.  การไต่ถาม (Inquiry) 
ใช้เพื่อการค้นหาข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด
8. การแก้ปัญหา (Problem Solving) 
เน้นการให้ฝึกการคิดการตัดสินใจ
9. แบบรวมวิธีต่าง ๆ เข้าด้วย (Combination) 
ประยุกต์เอาวิธีสอนหลายแบบมารวมกันตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
1.ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามเอกัตภาพ 
2.ผู้เรียนมีโอกาสเรียนซ้ำได้หลายครั้งเท่าที่ต้องการ
3.ผู้เรียนมีโอกาสโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์และสามารถควบคุมการเรียนได้เอง 
4.มีภาพ ภาพเคลื่อนไหว สี เสียง ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายการเรียน 
5.ตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ 
6.ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามขั้นตอนจากง่ายไปยาก 
หรือเลือกบทเรียนได้
7.ฝึกให้ผู้เรียนคิดอย่างมีเหตุผล 

ลักษณะของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นการเรียนการสอนแบบรายบุคคล
ที่นำเอาหลักการของบทเรียนโปรแกรมและเครื่องช่วยสอน
มาผสมผสานกัน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะตอบสนองในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล
ของผู้เรียนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเป็นรายบุคคล

คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีลักษณะการเรียนที่เป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้
1.ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 
2.ขั้นการเสนอเนื้อหา 
3.ขั้นคำถามและคำตอบ 
4.ขั้นการตรวจคำตอบ 
5.ขั้นของการปิดบทเรียน 

ลักษณะของการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ดี มีดังนี้
1.  สร้างขึ้นตามจุดประสงค์ของการสอน 
2.  เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียน 
3.  มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนให้มากที่สุด 
4.  มีลักษณะเป็นการสอนรายบุคคล 
5.  คำนึงถึงความสนใจของผู้เรียน 
6.  สร้างความรู้สึกในทางบวกกับผู้เรียน
7.  จัดทำบทเรียนให้สามารถแสดงผลย้อนกลับไปยังผู้เรียนให้มาก ๆ 
8.  เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการเรียนการสอน 
9.  มีวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้เรียนอย่างเหมาะสม 
10.ใช้สมรรถนะของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างเต็มที่ และหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
บางอย่างของเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บนพื้นฐานของการออกแบบ
การสอนคล้ายกับการผลิตสื่อชนิดอื่น ๆควรมีการประเมินผลทุกแง่ทุกมุม 





ที่มา : http://senarak.tripod.com/cai2.htm
          http://www.youtube.com/watch?v=sXSav_jvrjw





เกาะนางยวน


เกาะนางยวน เสน่ห์ธรรมชาติ น้ำทะเลใสสีมรกต




          "เกาะนางยวน" เป็นเกาะหนึ่งในจำนวน 100 เกาะของจังหวัดสุราษฏร์ธานี อยู่ปลายของเกาะเต่า มองเห็นเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะซึ่งเชื่อมต่อด้วยหาดทรายสีขาว 3 สาย เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็กๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน

          สำหรับที่พักบนเกาะนางยวนนั้น ก็มีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ทั้งรีสอร์ทและบังกะโล ที่สร้างเล่นระดับได้อย่างสวยงามผสมกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างที่สุด ทุกๆ หลังจะหันหน้าสู่ท้องทะเล ในมุมที่แตกต่างกัน สามารถนอนกินลมชมวิวที่สวยงามได้อย่างสบายๆ ในวันที่อากาศแสนดี
          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" 

ข้อควรทราบเมื่อขึ้นเกาะนางยวน 

          เกาะนางยวน เป็นเกาะเอกชนที่เปิดรับนักท่องเที่ยวขึ้นเที่ยวเกาะ  คิดค่าธรรมเนียมขึ้นเกาะ 30 บาท ห้ามน้ำขวดพลาสติก อาหาร กระป๋องเครื่องดื่มขึ้นเกาะ ห้ามเก็บเปลือกหอยหรือซากปะการัง ออกจากเกาะนางยวน ทั้งนี้ การดำน้ำที่เกาะนางยวนห้ามใช้ตีนกบเด็ดขาด

การเดินทางไปเกาะนางยวน
          นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเกาะนางยวนได้ โดยเช่าเรือหางยาวจากเกาะเต่ามาที่เกาะนางยวน (การเดินทางไปเกาะเต่าใช้ 2 เส้นทางคือ จากท่าเรือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร) ซึ่งจะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเกาะนางยวนอยู่ใกล้กับเกาะเต่ามาก ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สุราษฎร์ธานี โทร.0-7728-8818-9 และประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร.0-7728-3970 

ข้อมูลเพิ่มเติม
               http://hilight.kapook.com




ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/24904
         http://www.youtube.com/watch?v=kM2Thj2Dfag

twitter


Twitter

ทวิตเตอร์ (อังกฤษTwitter) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จำพวกไมโครบล็อก โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ โดยเรียกการส่งข้อความนี้ว่า ทวีต (อังกฤษTweet) ซึ่งแปลว่า เสียงนกร้อง

   ทวิตเตอร์มีต้นกำเนิดจากการระดมความคิด ที่ถูกจัดขึ้นโดยบริษัทโอดีโอ ซึ่งเป็นบริษัทพอดแคสติง โดยดอร์ซี เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้แนะนำวามคิดการส่งบริการข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอส (SMS) พูดคุยและสนทนากันภายในกลุ่มเล็ก ๆ[18][19] ช่วงแรกโค้ดเนมของบริการนี้มีชื่อว่า twttr ซึ่งวิลเลียมส์ได้แนะนำให้กับโนอาห์ กลาส[20] โดยชื่อในรูปแบบนี้มีแรงบันดาลใจมากจากฟลิคเกอร์ (Flickr) และมีเพียง 5 ตัวอักษรคล้ายกับการส่งข้อความสั้นแบบชื่อย่อของชาวอเมริกัน ในช่วงแรกนั้น นักพัฒนาได้กำหนดหมายเลข "10958" เป็นรหัส แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็น "40404" เพื่อความสะดวกในการใช้งาน[21] การทำงานของโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 เมื่อดอร์ซี ได้ทำการส่งทวีตแรกเมื่อเวลา 21:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยคำว่า "just setting up my twttr"[1]
"...เราได้คำว่า 'ทวิตเตอร์' และมันสุดยอด มันคือการส่งข้อมูลด้วยข้อความสั้น เหมือนกับส่งด้วยนก ซึ่งบ่งบอกถึงว่าผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร" – แจ็ก ดอร์ซี[22]

ต้นแบบของทวิตเตอร์ถูกนำมาใช้สำหรับพนักงานในบริษัทโอดีโอ และได้เผยแพร่ต่อสาธารณะในรุ่นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2549[23] ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 บิซ สโตน, อีวานส์ วิลเลียมส์, แจ็ก ดอร์ซี และพนักงานของบริษัทโอดีโอ ได้ถูกโอนหุ้นทั้งหมดมาที่อ็อปวีโออุส รวมถึงเว็บไซต์ โอดีโอ.คอม และทวิตเตอร์.คอม ด้วย[24] วิลเลียมส์ได้ถูกไล่ออก ซึ่งเขาเป็นส่วนหนึ่งกับทวิตเตอร์จนถึงช่วงปี พ.ศ. 2554[25] และทวิตเตอร์ได้แยกออกมาตั้งเป็นบริษัทของตนเองในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550[26]
จุดเริ่มต้นของจำนวนการใช้งานทวิตเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้น คือในงานเซาธ์บายเซาธ์เวสต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ SXSW ซึ่งจัดขึ้นในเมืองออสติน รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยระหว่างงาน การใช้งานทวิตเตอร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจาก 20,000 ทวีตต่อวัน เป็น 60,000 ทวีตต่อวัน[27] ซึ่งมีส่วนเพราะการวางจอพลาสมาขนาด 60 นิ้วจำนวน 2 จอในทางเดินระหว่างงาน และจอจะแสดงทวีตที่ผู้ใช้งานทวีตเข้าสู่ระบบ โดยสตีเวน เลวี นักข่าวจากนิตยสารนิวส์วีก ได้กล่าวว่า "งานประชุมนับร้อยงาน ที่จะใช้ระบบทวิตเตอร์นี้ โดยที่จะสามารถโต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็วผ่านการเมนชัน"[28]






ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki
          http://www.youtube.com/watch?v=G1PFbjQFnPo

วิธีทำภาพเคลื่อนไหว ติดในบล็อก/ Animation Landing Page Blogger move

วิธีทำภาพเคลื่อนไหว ติดในบล็อก/ Animation Landing Page Blogger move

Photobucket


เราเคยเข้าไปในเว็บเห็นรูปกระพริบไปกระพริบมา ชาวเราขาบล็อกก็อยากจะทำสร้างสีสันให้บล็อกเรากันซักหน่อย ถึงเป็นน้องน้อย บล็อก Blog ก็ไม่ยอมน้อยหน้า นะจะบอกให้ และที่สำคัญมันสามารถจะเพิ่ม ลิงก์ที่เราต้องต้องจะส่งไปได้ด้วย ซึ่งสามารถเอามาทำเป็นโฆษณาโปรโมทเพื่อการบริการลูกค้าได้แน่นอน 
ขั้นแรก

1.เตรียมภาพที่เราต้องการจะนำมาออกแบบภาพเคลื่อนไหว


2.เปิดใช้โปรแกรม Photoshop > File > New > ตั้งขนาด 300 X 300 pixels > OK




3.เลือก File Place  ปรับขนาดภาพให้เท่ากับขนาดที่เตรียมไว้ ภาพที่ 1
เลือก File Place  ปรับขนาดภาพให้เท่ากับขนาดที่เตรียมไว้ ภาพที่ 2
เลือก File Place  ปรับขนาดภาพให้เท่ากับขนาดที่เตรียมไว้ ภาพที่ 3


4.คลิกที่ Create a New Layer อยู่มุมซ้ายด้านล่างเพื่อสร้าง Layer รอใส่ข้อมูล



5.คลิกเลือก Horizontal Type Tool (T) เพื่อสร้างตัวอักษร


6.เอาเคอเซอร์ไปไว้ตรงพื้นที่ที่ต้องการใส่ตัวอักษรและพิมพ์ เราสามารถปรับลักษณะตัวอักษร สี ขนาด ได้
( ยิ่ง Layer มาก ก็สามารถปรับแต่งให้เคลื่อนไหวได้มาก)



7.เมื่อได้ข้อมูลพร้อมแล้ว ให้เราคลิกที่ Window> เลือก Animation ระบบจะสร้าง Animation Frame ไว้ให้เราปรับแต่งภาพเคลื่อนไหว


8.คลิก duplicate selected frames เพื่อสร้าง Frame สำหรับทำภาพเครื่อนไหว



9.ปรับแต่งการแสดงผลของภาพแต่ละภาพ


10.เลือกแสดงผลโดยคลิกที่เครื่องหมายรูปตาของเฟรมแต่ละเฟรม


11.เมื่อปรับแต่งเสร็จเรียบร้อยให้คลิกที่ File > Save for Web & Devices


12.เลือก Save เป็นไฟล์ GIF


13.Save as type เป็น HTML and Images



14.จากนั้นเข้าไปที่เว็บฝากไฟล์ฟรี Photopbucket.com ซึ่งเราสามารถ Log In โดยใช้ Facebook cและ Twitter ด้วย 15คลิก Upload Picture เลือกไฟล์ภาพ Html ที่เราทำไว้ คลิก Open จากนั้นคลิก Save and continue to my album


16.คลิก คัดลอก HTML Code


17.รูปแบบ Code Html จะเป็นแบบนี้ค่ะ ให้เราเปลี่ยน Html เป็นหน้าที่เราต้องการจะส่งไป


18.จากนั้นเข้าไปที่ บัญชี Blogger ที่เราต้องการจะวาง คลิก Design



19.คลิก Add a Gadget > HTML/JavaScript > ใส่ Code ในหน้าต่าง Configure HTML/JavaScript



20.คลิก SAVE > คลิก Save ที่หน้า Design > View Blog สำเร็จแล้ว เข้าไปดูของจริงได้ที่นี่ค่ะ http://umstyle.blogspot.com/



เทคนิคการตกแต่งภาพด้วยการทำลายเสื้อ


 เทคนิคการตกแต่งภาพด้วยการทำลายเสื้อ 


• เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการขึ้นมา
• ทำการ Selection บริเวณที่ต้องการ (ชุดเสื้อผ้า) ด้วยเครื่องมือที่ถนัด เช่น magic wand , Lasso Tool เป็นต้น
  
• จากนั้นให้กด Ctrl + C เพื่อคัดลอกส่วนที่ selection ไว้ แล้วกด Ctrl + V เพื่อวางภาพ ซึ่งจะเกิดเลเยอร์ใหม่ให้อัตโนมัติ
  
• เปิดภาพที่ต้องการทำเป็นลายเสื้อขึ้นมา
• ทำการลากเข้ามาหรือก๊อปปี๊มา แล้ววางให้ทับคลุมส่วนของเสื้อไว้
• ภาพของเลเยอร์ต่างๆ
• ไปที่เมนู Layer >> Create Clipping Mask
• ลักษณะของเลเยอร์ภาพที่จะทำเป็นลายจะเปลี่ยนไปแบบรูปด้านล่าง และให้เปลี่ยน mode เป็น Darken หรืออื่นๆที่ทดลองแล้วชอบครับ
• อันนี้คือลายของเสื้อที่ได้ครับ

การสร้างเว็บด้วย โปรแกรม Adobe PhotoShop



วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นวัตกรรมใหม่ เครื่องบินโดยสาร แห่ง อนาคต



เครื่องบินโดยสาร แห่ง อนาคต

                              

ภาพที่เห็นนี้คือเครื่องบิน แอร์บัสต้นแบบที่คาดว่าอีก 40 ปี มันจะออกบินให้บริการจริงในอนาคต และเหล่าผู้โดยสารคงหมดปัญหา ต้องการนั่งข้างหน้าต่าง เพราะว่าผนังเครื่องบินนั้นโปร่งแสง และอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความบันเทิงครบครัน



รายละเอียดของนวัตกรรม





  • จากการที่แอร์บัสออกมา แถลงเปิดเผยถึงเครื่องบินต้นแบบสุดล้ำที่จะกลายเป็นจริงภายในปี 2050
    • โดยเครื่องบินนี้มีลักษณะที่โดดเด่นคือ ผนังในส่วนห้องโดยสารที่โปร่งแสง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และบันเทิงมากมาย
    • โดยเครื่องบินนี้เป็นเครื่องบินระดับ เฟริสท์คลาสส์ โดยที่นั่งแบบธุรกิจ(Business) และชั้นประหยัด(Economy) จะถูกโละทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และบันเทิงแทนที่ทั้งหมด
    • โดยส่วนหัวของเครื่องบินจะเป็นบริเวณพักผ่อน(Relaxation Zone) และด้านหลังเครื่องเป็นพื้นที่ทำงานของเหล่าลูกเรือ
    • โดยผนังส่วนห้องโดยสารมีโครงสร้างเป็นวัสดุไบโอนิก(Bionic)ที่สร้างเลียนแบบกระดูกนก(น้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่ง) ผนังห้องโดยสารเป็นแผ่นวัสดุอัจฉริยะแห่งอนาคต ที่ สามารถควบคุมอุณหภูมิอากาศ สามารถเปลี่ยนเป็นผนังโปร่งแสงที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนราม่า(เวลาเครื่องขึ้นลงสนามบินจะเปลี่ยนเป็นทึบแสง)
    • และเครื่องบินยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ปล่อยมลพิษทางเสียง และอากาศน้อยลง
    • ภายในเครื่องยังมีการแบ่งเป็นโซนต่างๆอาทิเช่น โซนเพื่อสุขภาพ ที่มีการเติมวิตามิน และสารต่อต้านอนุมูลอิสระในอากศ มีระบบแสงเพือผ่่อนคลายอารมณ์(Mood lighting) มีระบบอโรม่าเทอราพี และการนวดกดจุด
    • มีโซน อินเตอร์แอ็คทีฟ(Interactive zone) ที่มีจอโปรเจคเตอร์เสมือน ทีใช้ในการติดต่อสือสาร หรือประชุมทางไกล มีเกมส์ระบบโฮโลแกรม หรือห้องลองเสื้อเสมือนที่คุณสามารถชอปปิ้งออนไลน์แล้วลองเสื้อผ้าเหล่านั้นด้วยภาพเสมือนที่สร้างขึ้น ก็ยังได้

      
    วีดีโอ



    ที่มา : http://wowboom.blogspot.com/2011/06/blog-post_15.html