แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปริญญา เนตรพุกกณะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปริญญา เนตรพุกกณะ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประกาศขายสินค้า ฟรี

เริ่มต้นขายออนไลน์ กับเว็บไซต์ให้บริการลงประกาศขายสินค้า ฟรี


การนำสินค้าของคุณเข้าจำหน่ายในอินเทอร์เน็ต นั้นวิธีการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด และ สามารถทำได้เลยทันที โดยไม่ต้องใช้ความสามารถ หรือ เทคนิคพิเศษอะไรเลยยังไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ หรือ เฟสบุ๊ค สำหรับขายสินค้าเลยด้วยซ้ำ ก็ คือการฝากข้อมูลสินค้าของคุณไว้ยัง เว็บไซต์ที่ให้บริการประกาศสินค้าออนไลน์ฟรี ต่าง ๆ


เช่น
http://www.dealfish.co.th
คุณสามารถลงประกาศขายสินค้าที่คุณต้องการขายได้ง่าย ๆ
เพียงใส่รายละเอียดของสินค้า รูปภาพสินค้า และ ข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับผู้ขาย
อาจจะเป็น อีเมล หรือ โทรศัพท์  หรือ โปรแกรมสนทนายอดนิยมอย่างเช่น ไลน์ เป็นต้น
ข้อดีของการลงประกาศขายในเว็บไซต์ ประกาศขายสินค้าก็คือ
ความสะดวก สบาย และ ง่าย  เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี และ ที่สำคัญ คือ ฟรี
แต่ข้อเสียก็คือ ยังคงขาดความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ซื้อ
เพราะเหมือนกับว่า ใคร ๆ ก็สามารถมาลงประกาศขายอะไรก็ได้ฟรี ๆ
ไม่สามารถแยกผู้ขาย และ มิจฉาชีพออกจากกันได้อย่างปลอดภัย
ผู้ซื้อก็ย่อมมีความกังวลใจในการซื้อขายออนไลน์อยู่บ้าง
แต่ยังไงการลงประกาศขายสินค้า ในเว็บไซต์ที่ให้บริการลงประกาศขายสินค้าฟรี
ก็ยังเป็นช่องทางเบื้องต้นในการประกาศขายสินค้าของคุณ

photoshop ตกแต่งภาพ

photoshop ตกแต่งภาพ


ที่มา:http://www.youtube.com/watch?v=LM23MB77LhU

วิธีการใส่ Counter ลงบน Blog ของเราเอง



วิธีการใส่ Counter ลงบน Blog ของเราเอง

Counter คือตัวนับจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog ของท่าน อันดับแรกสุด ท่านต้องลงชื่อเข้าใช้เพื่อเข้าสู่ระบบการปรัแต่ง Webblog ของท่านก่อน
วิธีการติดตั้ง Counter คือ
1) เข้า Website http://www.my-free-counter.com/ จะปรากฎหน้าต่างนี้


ทำตามขั้นตอน ขั้นที่ 1 Select your counter คือการเลือกรูปแบบของ ตัวนับที่จะใช้ขั้นที่
2 Personalized your counter คือการเลือกลักษณะของ Counter ประกอบด้วยYour website Url คือการใส่ชื่อ Webblog ของท่านใส่เข้าไป เช่นhttp://aotsign.blogspot.com Number of figures to show คือการเลือกจำนวนหน่วยของ Counter Counter type คือ ชนิดของ การนับ ให้เลื่อก Visits Initial value of your counter คือจำนวนนับเรื่มต้น ให้เลือก จากนั้นให้ click ที่Generate your code จะปรากฏ Code ในช่องขั้นที่ 3 install this code on your website ให้เลือกแถบดำ Code ที่ปรากฎแล้วเลือก Copy
2) ที่หน้าต่างปรับแต่งใน Webblog ของท่าน แล้วเลือกรูปแบบ จะปรากฎหน้าต่างนี้


เลือกเพิ่ม Gadget ตรงส่วนที่ต้องการวาง Counter จะปรากฎหน้าต่างนี้


Click เครื่องหมาย + ตรง HTML/จาวาสคริปต์ จะปรากฎหน้าต่างนี้


ให้ท่านวาง Code ที่ Copy มาในช่องเนื้อหา จะได้ดังนี้


ระบบการศึกษา-ไทย

ระบบการศึกษา-ไทย

การศึกษาไทยระบบการศึกษาไทยปัจจุบันตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2545 มีการจัดระบบการศึกษาขั้นประถมศึกษา 6 ปี (6 ระดับชั้น) การศึกษาขั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี (3 ระดับชั้น) และการศึกษาขั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (3 ระดับชั้น) หรือระบบ 6-3-3
นอกจากนั้นระบบการศึกษาไทยยังจัดเป็นระบบการศึกษาในระบบโรงเรียน  การศึกษานอกระบบโรงเรียน  และการศึกษาตามอัธยาศัย ในการจัดระบบการศึกษาตามแนวพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะไม่พิจารณาแบ่งแยกการศึกษาในระบบโรงเรียนออกจากการศึกษานอกระบบโรงเรียน  แต่จะถือว่าการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นเพียงวิธีการเรียนการสอน หรือรูปแบบของการเรียนการสอนที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Modes of learning"  ฉะนั้น แนวทางใหม่คือสถานศึกษาสามารถจัดได้ทั้ง 3 รูปแบบ  และให้มีระบบเทียบโอนการเรียนรู้ทั้ง 3 รูปแบบ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาฯ มาตรา 15  กล่าวว่าการจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย คือ
          (1) การศึกษาในระบบ  เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย  วิธีการศึกษา หลักสูตร  ระยะเวลาของการศึกษา  การวัดและการประเมินผล  ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
          (2) การศึกษานอกระบบ  เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบวิธีการจัดการศึกษา  ระยะเวลาของการศึกษา  การวัดและประเมินผล  ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา  โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
          (3) การศึกษาตามอัธยาศัย  เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส  โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม หรือแหล่งความรู้อื่นๆ
สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม  รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงานการสอน และจะส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดได้ทั้ง 3 รูปแบบ
การศึกษาในระบบมีสองระดับคือ การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา
          1. การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา การแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
การศึกษาในระบบที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งเป็นสามระดับ
 1.1  การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษา เป็นการจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่มีอายุ 3 – 6 ปี
 1.2  การศึกษาระดับประถมศึกษา โดยปกติใช้เวลาเรียน 6 ปี
 1.3  การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แบ่งเป็นสองระดับ ดังนี้
        - การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยปกติใช้เวลาเรียน 3 ปี
        - การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยปกติใช้เวลาเรียน 3 ปี แบ่งเป็นสองประเภท ดังนี้
          1) ประเภทสามัญศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
          2) ประเภทอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ หรือ ศึกษาต่อในระดับอาชีพชั้นสูงต่อไป
          2.  การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็นสองระดับ คือ ระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา การใช้คำว่า "อุดมศึกษา" แทนคำว่า "การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย"  ก็เพื่อจะให้ครอบคลุมการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญา  ที่เรียนภายหลังที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว
ทั้งนี้การศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การศึกษาภาคบังคับนั้นต่างจากการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่บังคับให้ประชาชนต้องเข้าเรียนแต่เป็นสิทธิ์ของคนไทย ส่วนการศึกษาภาคบังคับเป็นการบังคับให้เข้าเรียนถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองตามมาตรา 69 ของรัฐธรรมนูญ

ที่มา:http://www.bic.moe.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=661&catid=61

siambodycare

siambodycare





เป็นเว็บไซต์ขสยอาหารเสริมทั่วไป เช่น เวย์โปรตีน อาหารเสริมเกี่ยวกับสายตา และเครื่องสำอางต่างๆ สอบถามโทร 02-941-0990



                          

ที่มา:http://www.siambodycare.com/

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Aptana



Aptana (โปรแกรมสร้างเว็บ โปรแกรมออกแบบเว็บ พัฒนาเว็บไซต์) : โปรแกรม Aptana เป็น โปรแกรมสร้างเว็บ หรือเอาไว้ พัฒนาเว็บไซต์ โดยคุณสามารถสร้างเว็บไซต์ หรือ Web Application ต่างๆ ผ่าน โปรแกรมสร้างเว็บ ตัวนี้ได้ สำหรับการใช้งานของ โปรแกรมสร้างเว็บ ก็แสนจะง่ายดายค้ลายกับโปรแกรม IDE อื่นๆ ในตลากทั่วไป แต่ โปรแกรมสร้างเว็บ Aptana มีดีที่ความสามารถ ซึ่งเหมาะกับผู้เริ่มต้น พัฒนาเว็บไซต์ หรือว่าในระดับสูง ก็สามารถใช้ โปรแกรมสร้างเว็บ Aptana นี้ได้ นอกจากนี้ โปรแกรมสร้างเว็บ Aptana ยังรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น HTML5, CSS3, JavaScript, Ruby, Rails, PHP และ Python
Features ความสามารถของ Aptana โปรแกรมสร้างเว็บ พัฒนาเว็บไซต์
  • ตัวช่วยในการเขียนโค้ด HTML, CSS, JavaScript, PHP และ Ruby ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ API รวมถึงการอธิบายแต่ละ Element ด้วย
  • รองรับการอัพโหลดแบบ FTP, SFTP, FTPS และ Capistrano 
  • เครื่องมือในการ Debugger โค้ด เช่น ตััง Set Breakpoint, ตรวจความถูกต้องของตัวแปร และควบคุมการ Execute ของโปรแกรม
  • Git Integration ช่วยให้คุณทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างไร้รอยต่อ และยังสามารถส่งโค้ดไปยัง Github ได้อีกด้วย
  • รันผ่าน Command Line ใน Terminal สำหรับการ Excute คำสั่งของระบบปฏิบัติการ
  • โปรแกรมสร้างเว็บ สามารถปรับแต่ง IDE ได้ตามความถนัดของตัวเอง

teenee

ว็บไซต์ Teenee.com เป็นเว็บไซต์สาธารณะ บริการระบบให้เผยแพร่ข้อมูล เนื้อหาต่าง ๆ เช่น การฝากบทความ ความคิดเห็น
แบ่งปันเนื้อหาความรู้ ฝากรูปภาพคลิปวีดีโอ เสียง ไฟล์ และ ฯลฯ
ผู้ให้บริการจำเป็นที่จะต้อง มีกฎเป็นกรอบให้ผู้ใช้บริการอยู่ในขอบเขต เพื่อไม่ล่วงละเมิดต่อสิทธิ์ของผู้อื่น หรือละเมิดต่อกฎหมาย
จารีตประเพณี และ ศีลธรรมของสังคม หากมีการกระทำผิดใด ๆ ทางเว็บไซต์จะเก็บข้อมูลหลักฐานผู้กระทำความผิด ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550
ซึ่งทางทีมงานTeenee.com ขอความกรุณาผู้ใช้งานส่วนหนึ่งส่วนใดในเวบไซต์ อ่านก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง


 1. บริการใด ๆในเวบไซต์ Teenee.com ที่อนุญาติให้คุณสามารถแสดงความคิดในเชิงของตัวหนังสือ, รูป, ภาพวาด, เสียง
และคลิ๊ปวีดีโอได้ เป็นบริการที่ให้อิสระ เสรีทางความคิด แต่สิทธิต่างๆอยู่ภายใต้ กฎหมายของประเทศไทย ถ้าหากมีการละเมิดใด ๆ
ไม่ว่าจากสถานที่ใด ผู้ที่ส่งข้อมูลจะเป็นผู้รับผิดตามกฎหมายของชาติไทย ทางผู้ดูแลเวบไซต์จะขอรับผิดชอบแค่ยุติการเผยแพร่ข้อความ
ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการส่งมา และจะเก็บข้อมูลผู้โพสไว้เป็นหลักฐาน 6เดือน ตามพรบ.คอมพิวเตอร์

2. ห้ามใช้บริการดังกล่าวในข้อ 1 ห้ามใช้เพื่อการดูหมิ่นสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ถ้าหากผู้ดูแลเวบไซต์เห็นจะทำการเก็บข้อมูลดังกล่าว และรายละเอียดหลักฐานเพื่อใช้ในการตามจับให้กับทางเจ้าหน้าที่
(สารวัตรอินเตอร์เน็ต กระทรวงICT)ทันที โดยมิไม่ต้องบอกกล่าวผู้ใช้บริการล่วงหน้า
หรือหากผู้ใช้บริการ หรือเจ้าหน้าที่พบเห็นข้อความดังกล่าว กรุณาแจ้งบอกเราได้ทันที
ที่ 029623211-12 หรือ Email : webmaster@teenee.com

3. ผู้ที่ทำการใช้บริการดังกล่าวในข้อ1 เพื่อการโฆษณาสินค้า บริการ โดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร
ถือเป็นความผิดในการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ และก่อความรบกวนกับผู้ใช้บริการทุกท่าน
ถ้าหากมีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดชอบทุกกรณี ถ้าหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นผู้ส่งข้อมูลดังกล่าวจริง

4. บริการต่าง ๆในข้อ1 สำหรับใช้เพื่อ การแสดงความเห็น ,หาเพื่อน พูดคุย แบ่งปันเนื้อหา รูป เพลง เกม กลอน, clipvdoเท่านั้น
ถ้าหากผู้ใช้บริการมีการจงใจที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อเวบไซต์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงการลองวิชาต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการ hack, ยิงDOS (Denied of service), mysql injection, Spam, Backdoor หรืออื่น ๆ
จะต้องชดใช้และรับผิดชอบต่อความเสียหาย ซึ่งรวมถึงค่าอุปกรณ์ ค่าจ้าง ค่าบริการในการซ่อมแซมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์

5. บริการต่างๆ ในเว็บไซต์สาธารณะ Teenee.com เป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
ถ้าหาก ข้อความตัวหนังสือ รูป คลิ๊ปวีดีโอ เสียง หรือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆของผู้ใช้บริการ
มีการสูญหาย หรือถูกลบทิ้ง ผู้ใช้บริการไม่สามารถเรียกร้อง ฟ้องร้องใดๆได้ และทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ

6. อำนาจในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาทั้งในกรณีเทคนิค และอื่นๆ เป็นของทางผู้ให้บริการ และผู้ดูแลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสมบรูณ์
การตัดสินใจทุกอย่างให้ถือว่าทำไปเพื่อส่วนรวม ผู้ใช้ไม่สามารถฟ้องร้องใดๆได้

7. บริการต่างๆ ในเว็บไซต์สาธารณะ Teenee.com เป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
สถานะการเป็นผู้ใช้บริการ สมาชิก ผู้ดูแล ทีมงาน สามารถถูกยกเลิกได้ โดยมิจำเป็นต้องบอกล่วงหน้า
และไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ ในกรณีที่ท่านไม่สามารถใช้บริการดังกล่าวได้

8. เว็บไซต์ที่นี่เป็นเว็บไซต์สาธารณะ ผู้ให้บริการ มิได้มีเจตนาสร้างบริการต่าง ๆในเวบไซต์ Teenee.com
เพื่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม
ดังนั้นห้ามเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ที่โป๊ อนาจาร หรือที่ผิดต่อกฎหมาย
หรือ เพื่อการละเมิดมนุษยชน, สิทธิส่วนบุคคล หรือการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดความเสียชื่อเสียงแก่ผู้อื่น
ถ้าหากมีการกระทำดังกล่าว ทางผู้พบเห็นหรือผู้เสียหาย สามารถติดต่อเวบไซต์ได้ที่ 029623211-12หรืออีเมล์ webmaster@teenee.com เพื่อที่เว็บไซต์จะได้ทำการเก็บข้อมูลผู้สร้างความเสียหายเป็นหลักฐานไว้6 เดือนตามพรบ.คอมพวิเตอร์ และจะทำการยุติการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทันที

ที่มา:http://www.teenee.com/

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Nimbuzz Messenger

Nimbuzz Messenger เป็นโปรแกรมที่รวมพลังของอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนไว้ในหนึ่งเดียว และให้คุณโทรคุยทางวิดีโอ โทรคุยทางเสียง ส่งข้อความสนทนา แบ่งปันไฟล์ บนอุปกรณ์มือถือเครื่องใดก็ได้กับ messengers ที่นิยม Nimbuzz Messenger มีให้บริการบน iOS, Android, Blackberry, Symbian, Java, Windows และ Mac
Nimbuzz Messenger ให้คุณสนทนากับเพื่อนของคุณบน Faceb


ภาพหน้าจอ iPhone

 




อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น





คำว่า “ภูเวียง” เป็นท้องที่อำเภอที่เก่าแก่ของจังหวัดขอนแก่นอำเภอหนึ่ง และยังเป็นชื่อเรียกของเทือกเขาซึ่งปัจจุบันได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ ป่าภูเวียงให้เป็นอุทยานแห่งชาติ อยู่ในท้องที่อำเภอภูเวียง อำเภอสีชมพู อำเภอชุมแพ และกิ่งอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น มีหลักฐานว่าป่าภูเวียงเคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่มีอารยธรรมเมื่อหลายพันปี ล่วงมาแล้ว มีการขุดพบกระดูกมนุษย์โบราณ เครื่องมือ เครื่องใช้ โลหะสำริด พระนอนสมัยทวาราวดี รวมทั้งภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำ (หลืบเงิน) บนเทือกเขาภูเวียง นอกจากนั้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2519 มีการค้นพบรอยเท้าและซากกระดูกไดโนเสาร์ และสัตว์โลกดึกดำบรรพ์อายุเกือบ 200 ล้านปี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยและเสด็จทอดพระเนตร เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2532

เดิมป่าภูเวียงได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 64 พ.ศ. 2508 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2508 และได้เปิดการทำไม้ในพื้นที่ดังกล่าวตามเงื่อนไขของรัฐบาล โดยมีบริษัทขอนแก่นทำไม้เป็นผู้รับสัมปทาน จากการที่พลเอกหาญ สีนานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปตรวจราชการและทำการบินตรวจสภาพป่าทางอากาศ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2530 พบว่า สภาพป่าบางส่วนมีสภาพสมบูรณ์ดี จึงดำริให้สงวนป่าที่สมบูรณ์ไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ และให้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและติดตามผลการทำไม้ตามเงื่อนไขสัมปทานใน ส่วนที่ได้ผ่านการทำไม้แล้วและที่กำลังดำเนินการทำไม้อยู่ ผลการตรวจสอบโดยคณะเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.ภาค 2 และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2530 ปรากฏว่า การทำไม้ในป่าสัมปทานโครงการภูเวียง (ขก.2) ตอน 7 แปลง 21 โดยบริษัทขอนแก่นป่าไม้ ได้ดำเนินการทำไม้ตามระเบียบ นโยบาย และเงื่อนไขสัมปทาน และได้เหลือไม้ที่สงวนไว้พอประมาณ ตามหนังสือรายงานของจังหวัดขอนแก่นที่ ขก 0009/21641 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2530 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีบันทึกสั่งการลงวันที่ 16 มิถุนายน 2530 ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูเวียง

กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือที่ กษ.0713/713 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2530 เสนอกรมป่าไม้มีคำสั่งที่ 1162/2530 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2530 ให้นายอุดม ยกฉวี เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจเบื้องต้นป่าภูเวียง และบริเวณป่าใกล้เคียงเป็นอุทยานแห่งชาติ และได้รับรายงานตามหนังสือที่ กษ 0713/พิเศษ ลงวันที่ 11 กันยายน 2530 ว่า พื้นที่ป่าดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียงมีแหล่งท่องเที่ยวและจุดเด่นทาง ธรรมชาติหลายแห่งและมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เหมาะ สมที่จะดำเนินการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติจึงได้มีหนังสือที่ กษ 0713/1064 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2530 เสนอกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งที่ 1643/2530 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2530 ให้นายอุดมศักดิ์ สุพรรณพงศ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ไปดำเนินการจัดตั้งพื้นที่บริเวณป่าภูเวียงและพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง ในท้องที่อำเภอภูเวียง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติภูเวียงได้มีหนังสือที่ กษ 0713(ภว.)/40 ลงวันที่ 2 เมษายน 2531 รายงานผลการสำรวจ เพื่อกำหนดพื้นที่ในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติให้กองอุทยานแห่งชาติพิจารณา ดำเนินการ

กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติคราวประชุมครั้งที่ 3/2532 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2532 เห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติได้ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูเวียง ในท้องที่ตำบลกุดธาตุ ตำบลในเมือง ตำบลบ้านโคก ตำบลเขาน้อย ตำบลขนวน ตำบลบ้านเรือ ตำบลเมืองเก่าพัฒนา ตำบลสงเปือย ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง ตำบลวังเพิ่ม ตำบลศรีสุข ตำบลนาจาน อำเภอสีชมพู และตำบลวังหินลาด ตำบลหนองเสาเล้า ตำบลหนองไผ่ และตำบลขัวเรียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ประมาณ 203,125 ไร่ หรือ 325 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 108 ตอนที่ 215 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2534 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 71 ของประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศ

อุทยาน แห่งชาติภูเวียง มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาล้อมเป็นวงอยู่ 2 ชั้น ตรงกลางเป็นแอ่งขนาดใหญ่ คล้ายแอ่งกระทะซึ่งเป็นที่ราบและลอนลาด ส่วนพื้นที่โดยรอบแอ่งมีลักษณะเป็นเทือกเขาซึ่งมีมุมเทเข้าหาใจกลางแอ่ง ประกอบด้วยเทือกเขาที่มีความลาดชันปานกลางถึงลาดชันสูง เทือกเขาชั้นนอกสุดมียอดเขาสูงสุด 844 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่ และเทือกเขาชั้นในมียอดเขาสูงสุด 470 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณทิศเหนือของพื้นที่เทือกเขาชั้นในนี่เองที่เป็นแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ ส่วนระดับต่ำสุดของเชิงเขาอยู่ระดับ 210 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

อุทยานแห่งชาติภูเวียงตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราชมีลักษณะเป็นหินชั้น ซึ่งเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนบนแผ่นดินหนากว่า 4,000 เมตร ชั้นของหินตะกอนมักมีสีแดงเกือบทั้งหมดเรียกว่าหินชั้นตะกอนแดง หรือกลุ่มหินโคราช ประกอบด้วย หน่วยหินเขาพระวิหาร หินเสาขัว หินภูพาน และหินโคกกรวด หินดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยตะกอนร่วนและดินยุคควอเทอร์นารี่ และยุคปัจจุบัน ซึ่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงนั้นยังมีการสำรวจสายแร่ยูเรเนียมใน พื้นที่อีกด้วย อุทยานแห่งชาติภูเวียงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของห้วยทรายขาวซึ่งจะไหลลงลำน้ำ พอง ห้วยบั้งทิ้ง ห้วยน้ำไหล ซึ่งจะไหลลงลำน้ำเชิญ ห้วยเรือ ห้วยขุมปูน ห้วยน้ำบอง และห้วยมะนาว ซึ่งจะไหลลงห้วยบอง ทั้งลำน้ำพอง หัวยบอง และลำน้ำเชิญ จะไหลลงอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ 
ลักษณะภูมิอากาศ

อุทยานแห่งชาติภู เวียงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ จึงแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน 36.5 องศาเซลเซียส ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1,199 มิลลิเมตร ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนธันวาคม 16.6 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า

สภาพป่าบริเวณอุทยานแห่ง ชาติภูเวียงแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ป่าดิบแล้ง ซึ่งมีพื้นที่มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ

ป่าดิบแล้ง ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ทางตอนเหนือของเขตอุทยานแห่งชาติ และบริเวณลำธาร พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะเคียนหิน ชิงชัน พะยูง สมพง กระบก มะค่าโมง เขลง คอแลน ปอแดง สะแกแสง ฯลฯ พืชพื้นล่างและพืชอิงอาศัย ได้แก่ เอื้องหมายนา จันผา ขมิ้นโคก กระเจียวขาว ชายผ้าสีดา เอื้องแปรงสีฟัน เอื้องเขาแกละ นางอั้ว และกล้วยไม้ดง เป็นต้น

ป่าเต็งรัง ขึ้นปกคลุมตามเชิงเขาบริเวณต่ำกว่าป่าดิบแล้ง กระจายตัวอยู่บริเวณภูประตูตีหมา และแนวภูเขาต่อเนื่องรอบในของเทือกเขาภูเวียง และกระจายตัวอยู่เชิงเขารอบนอกเทือกเขาภูเวียง พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ยางกราด เหียง พลวง เต็ง รัง ยอป่า มะเกลือกา สมอ ตีนนก ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ เอื้องหมายนา หญ้าเพ็ก มะลิป่า เปราะ กระเจียว เฟินแผง และเฟินก้านดำ เป็นต้น

ป่าเบญจพรรณ อยู่ระหว่างรอยต่อของป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง และปะปนอยุ่ในป่าเต็งรังบ้าง กระจายตัวในพื้นที่บางส่วนบริเวณภูประตูตีหมาและเชิงเขารอบนอกเทือกเขาภู เวียง พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ประดู่ เสลา ตะแบกใหญ่ รัก รกฟ้า ทองหลางป่า แคทราย และตีนนก ฯลฯ

สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าภูเวียงประกอบด้วย หมูป่า สุนัขจิ้งจอก ลิงวอก อีเห็นข้างลาย กระต่ายป่า กระรอกหลากสี กระจ้อน กระรอกบินเล็กแก้มขาว กระแตเหนือ กระรอกบิน ค้างคาวปากย่น หนูท้องขาว หนูจิ๊ด นกเป็ดผีเล็ก เป็ดแดง เหยี่ยวขาว เหยี่ยวนกเขาชิครา ไก่ป่า นกกระทาทุ่ง นกคุ่มอกลาย นกกวัก นกกระแตแต้แว้ด นกเขาเปล้าธรรมดา นกพิราบป่า นกเขาไฟ นกแขกเต้า นกบั้งรอกใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกฮูก นกเค้าแมว นกตะขาบทุ่ง นกโพระดกธรรมดา นกแอ่นตาล นกนางแอ่นบ้าน นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแซงแซวหางปลา นกกินแมลงอกเหลือง นกกระจิบหญ้าอกเทา นกกางเขนบ้าน นกเอี้ยงสาริกา นกกินปลีอกเหลือง จิ้งจกหางแบน ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง แย้ จิ้งเหลนหลากหลาย จิ้งเหลนบ้าน งูจงอาง คางคกบ้าน เขียดจะนา กบบัว กบอ่อง กบนา กบหนอง ปาดบ้าน อึ่งอ่างก้นขีด อึ่งอ่างบ้าน อึ่งน้ำเต้า ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีปลาน้ำจืดอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติของอุทยาน แห่งชาติภูเวียง เช่น ปลาช่อน ปลาดุกด้าน ปลาหมอไทย ปลาหลด ปลาไหล ปลาอีด ปลาหมอช้างเหยียบ ปลาซิวหนวดยาว ปลาบู่ทราย ปลาแขยงใบข้าว และปลากดขาว เป็นต้น

โบราณชีววิทยา
ในปี พ.ศ. 2519 นักธรณีวิทยาจากโครงการสำรวจแหล่งยูเรเนียม กรมทรัพยากรธรณีได้พบซากไดโนเสาร์ครั้งแรกของประเทศไทยที่ภูเวียง จากนั้นจึงได้ทำการศึกษาและสำรวจเพิ่มเติม จนพบแหล่งซากกระดูกไดโนเสาร์ถึง 9 แหล่ง ความสำคัญของซากกระดูกไดโนเสาร์ที่ภูเวียง คือ เป็นสกุลและชนิดใหม่หลายชนิด เช่น ไดโนเสาร์กินพืชภูเวียง (Phuwiangosaurus sirindhornae) ไดโนเสาร์กินเนื้อ (Siamotyrannus isanensis และ Siamosaurus suteethoni) และไดโนเสาร์นกกระจอก เทศ (Ginareemimus) สามารถจำแนกรายละเอียดได้ดังนี้

• ไดโนเสาร์ในหินหมวดพระวิหาร เป็นร่องรอยไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยคิดเป็นอายุประมาณ 160 ล้านปี โดยพบบริเวณลานหินลาดป่าชาด เป็นรอยไดโนเสาร์หลายชนิดจำนวนมากกว่า 60 รอย บนผิวหน้าของชั้นหินทรายเนื้อละเอียดสีขาว เป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อเป็นอาหาร เดินด้วย 2 ขาหลัง เคลื่อนไหวได้ว่องไว มีขนาดเล็กตระกูลซีลูโรซอร์ และรอยเท้าของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่พวกคาร์โนซอร์

• ไดโนเสาร์ในชั้นหินหมวดเสาขัว เป็นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่พบในอุทยานแห่งชาติภูเวียง บริเวณห้วยประตูตีหมา ซึ่งมีอายุประมาณ 150 ล้านปี และชิ้นอื่นๆ ที่พบบนยอดภูประตูตีหมา มีลักษณะใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ซอโรพอดคาเมราซอรัส ยุคจูแรสสิก ยาวถึง 15 เมตร คอยาว หางยาว เดินด้วย 4 เท้า กินพืชเป็นอาหาร

ไดโนเสาร์ที่พบในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียงมีหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น พันธุ์ไซแอมโมซอรัส เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดสกุลใหม่และชนิดใหม่ พันธุ์คาร์โนซอร์ เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดขนาดใหญ่ พันธุ์คอมพ์ซอกนาธัส เป็นไดโนเสาร์ซีลูโรซอร์ขนาดจิ๋ว ตัวเท่าไก่ และพันธุ์ไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดใหม่ เป็นซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย มีคอยาว หางยาว เดินด้วย 4 เท้า กินพืชเป็นอาหาร


วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

PLUG-IN HYBRID PORSCHE 918 SPYDER

Porsche 918 หนึ่งรถซูเปอร์คาร์เครื่องยนตร์ไฮบริดที่ทรงพลังสุด ๆ ในบรรดารถประเภทเดียวกันทั้งหมด ที่มาพร้อมกับความแรง 770 แรงม้า สามารถวิ่งด้วยความเร็วสุดสุด  200 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และกินน้ำมันที่ความเร็วสูงสุดในปริมาณ 78 ไมล์ต่อ 1 แกลลอน 






ที่มา:http://men.kapook.com/view52275.html

ข่าวบันเทิง

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556