| ข้อกำหนดการใช้งาน |
| 1. รหัสผู้ใช้เป็นรหัสที่ใช้ในการเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ( กรณีที่ยังไม่มีรหัสผู้ใช้ หรือลืมรหัสผ่านให้ติดต่อ |
| และดำเนินการขอรับรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 3 อาคารพลกฤษประโมทกะ ) |
| 2. นักศึกษาสามารถตรวจสอบกำหนดเวลาการลงทะเบียนได้จากปฏิทินการศึกษา |
| 3. นักศึกษาต้องมาพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอทราบแผนการเรียน และตารางเรียน - ตารางสอบ |
| ก่อนวันลงทะเบียนออนไลน์ หรือ http://webapp.sau.ac.th/dataregister/login.aspx |
| สำหรับอาจารย์ สำหรับนักศึกษา |
| รหัสผู้ใช้ :ชื่อตามด้วยนามสกุล 1 ตัว รหัสผู้ใช้ :Sรหัสนักศึกษา |
| รหัสผ่าน :รหัสพนักงาน 5 หลัก รหัสผ่าน :เลขบัตรประชาชน |
| เปลี่ยนรหัสผ่านได้ที่ Http://Webapp.Sau.Ac.Th/ADAdmin/Page_changepass.Aspx |
วัตถุประสงค์ เพื่อประกอบการเรียนการสอนวิชาการสร้างเว็บเพจด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556
ระบบลงทะเบียนออนไลน์สำหรับ ม.อ.อ.
วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา
ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา
ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ( School Management Information System)
ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) คือระบบแบบเฉพาะเจาะจงชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มของส่วนประกอบพื้นฐานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกันในการเก็บ (นำเข้า), จัดการ (ประมวลผล) และเผยแพร่(แสดงผล) ข้อมูลและสารสนเทศและสนับสนุนกลไกลของผลสะท้อนกลับ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ
1. ส่วนที่นำเข้า (Inputs) ได้แก่การรวบรวมและการจัดเตรียมข้อมูลดิบ ส่วนที่นำเข้านี้สามารถมีได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการโทรเข้าเพื่อขอข้อมูลในระบบสอบถามเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในใบ สอบถามการให้บริการของร้านค้าฯลฯ ขึ้นอยู่กับส่วนแสดงผลที่ต้องการ ส่วนที่นำเข้านี้อาจเป็นขบวนการที่ทำด้วยตัวเองหรือเป็นแบบอัตโนมัติก็ได้ เช่นการอ่านข้อมูลรายชื่อสินค้าและรายราคาโดยเครื่องอ่าน บาร์โค้ดของห้างสรรพสินค้า จัดเป็นส่วนที่นำเข้าแบบอัตโนมัติ
2. การประมวลผล (Processing) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนและการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของส่วนแสดงผลที่มีประโยชน์ ตัวอย่างของการประมวลผลได้แก่การคำนวณ การเปรียบเทียบ การเลือกทางเลือกในการปฏิบัติงานและการเก็บข้อมูลไว้ใช้ในอนาคต โดยการประมวลผลสามารถทำได้ด้วยตนเองหรือสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้ ตัวอย่างเช่น ระบบคิดเงินเดือนพนักงาน สามารถคิดได้จากการนำจำนวน ชั่วโมงการทำงานของพนักงานคูณเข้ากับอัตราค่าจ้างเพื่อให้ได้ยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายรวม ถ้าชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์มากกว่า 40 ชั่วโมงอาจมีการคิดเงินล่วงเวลาให้ โดยเพิ่มเข้าไปกับเงินรวม จากนั้นอาจจะทำการหักภาษีพนักงาน โดยการนำเงินรวมมาคิดภาษีและนำเงินรวมมาลบด้วยภาษีที่คำนวณได้ จะทำให้ได้เงินสุทธิที่ต้องจ่ายให้กับพนักงาน
3. ส่วนที่แสดงผล (Outputs) เกี่ยวข้องกับการผลิตสารสนเทศที่มีประโยชน์ มักจะอยู่ในรูปของเอกสาร หรือรายงานหรืออาจะเป็นเช็คที่จ่ายให้กับพนักงาน รายงานที่นำเสนอผู้บริหารและสารสนเทศที่ถูกผลิตออกมาให้กับผู้ถือหุ้น ธนาคาร หรือกลุ่มอื่นๆ โดยส่วนแสดงผลของระบบหนึ่งอาจใช้เป็นส่วนที่นำเข้าเพื่อควบคุมระบบหรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้ เช่นในขบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ พนักงานขาย ลูกค้า และ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์อาจจะทำการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบนี้ด้วย จนกระทั่งได้ต้นแบบที่ตรงความต้องการมากที่สุด จึงส่งแบบนั้นไปทำการผลิต จะเห็นว่าแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จากการออกแบบแต่ละครั้งจะเป็นส่วนที่ถูกนำไปปรับปรุงการออกแบบในครั้งต่อๆ ไป จนกระทั่งได้แบบ สุดท้ายออกมา อาจอยู่ในรูปของสิ่งพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์หรือแสดงอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์แสดงผลตัวหนึ่งหรืออาจจะอยู่ในรูปของรายงานและเอกสารที่เขียนด้วยมือก็ได้
4. ผลสะท้อนกลับ (Feedback) คือส่วนแสดงผลที่ใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อส่วนที่นำเข้าหรือส่วนประมวลผล เช่น ความผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลนำเข้าหรือทำการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลเพื่อให้ได้ส่วนแสดงผลที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ระบบการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ถ้าทำการป้อนชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์เป็น 400 แทนที่จะเป็น 40 ชั่วโมง ถ้าทำการกำหนดให้ระบบตรวจสอบค่าชั่วโมงการทำงานให้อยู่ในช่วง 0-100 ชั่วโมง ดังนั้นเมื่อพบข้อมูลนี้เป็น 400 ชั่วโมง ระบบจะทำการส่งผลสะท้อนกลับออกมา อาจจะอยู่ในรูปของรายงานความผิดพลาด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขจำนวนชั่วโมงการทำงานที่นำเข้ามาคำนวณให้ถูกต้องได้
ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS)
ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software), ข้อมูล(Data), บุคคล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ
1. ฮาร์ดแวร์ คืออุปกรณ์ทางกายภาพ ที่ใช้ในการรวบรวม การนำเข้า และการจัดเก็บข้อมูล, ประมวลผล ข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ และแสดงสารสนเทศที่เป็นผลลัพธ์ออกมา
2. ซอฟต์แวร์ ประกอบด้วยกลุ่มของโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และใช้ในการประมวลผลข้อมูลเป็นสารสนเทศ
3. ข้อมูล ในส่วนนี้หมายถึงข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล โดยฐานข้อมูล (Database) หมายถึงกลุ่มของค่าความจริงและสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องกันนั่นเอง
4. บุคคล หมายถึงบุคคลที่ใช้งานและปฏิบัติงานร่วมกับระบบสารสนเทศ
5. ขบวนการ หมายถึงกลุ่มของคำสั่งหรือกฎ ที่แนะนำวิธีการปฏิบัติงานกับคอมพิวเตอร์ในระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจได้แก่การแนะนำการควบคุมการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์, วิธีการสำรองสารสนเทศในระบบและวิธีจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
6. การสื่อสารข้อมูล หมายถึงการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดต่อสื่อสาร และช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่าย (Network) ที่มีประสิทธิภาพได้ โดยเครือข่ายใช้ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้ด้วยกัน อาจจะเป็นภายในอาคารเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน หรือทั่วโลก เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
(http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Knowledge/Management%20Information%20Systems/mis2.htm)
คุณลักษณะที่ดีของสารสนเทศ
1. ใช้ง่าย ใช้เวลาเรียนรู้น้อย
2. ผิดพลาดน้อย (Error rate)
3. เมื่อมีข้อบกพร่อง สามารถแก้ไขได้เร็ว (MTBF)
4. เก็บรวบรวมข้อสนเทศที่เกิดจากการปฎิบัติงานตามปกติ
5. ให้ข้อสนเทศได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา
ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ประกอบด้วยระบบงานต่าง ๆ ดังนี้
1. การวางแผนจัดการเรียนการสอนและอัตรากำลัง
2. การจัดชั้นเรียนตามความต้องการของผู้เรียน วิชาเลือกเสรี พื้นฐานอาชีพ
3. การจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อสนองตอบความต้องการของชุมชน
4. การจัดทำทะเบียนประวัติ และพัฒนาการของนักเรียน
5. การวัดวิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
6. ธนาคารข้อสอบ
7. ระบบงานห้องสมุด
8. ระบบงานปกครอง
9. ระบบงานบุคลากร
10. ระบบงานธุรการ การเงิน และพัสดุ
11. ระบบสาธารณูปโภค อาคารสถานที่
12. ระบบงานแนะแนว
13. ระบบงานสหกรณ์/สวัสดิการ
14. ระบบงานสุขอนามัยและโภชนาการ
15. ระบบแผนงานและโครงการ
(รุ่งแสง อรุณไพโรจน์ และ สมชาติ หรั่งเจริญ)
วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556
การจองคอร์สสุขภาพ สปา
เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการจองสำหรับธุรกิจของท่านได้อย่างง่ายดาย
ระบบของเราสามารถรองรับการจองคอร์ส ในรูปแบบต่างๆได้ ดังนี้
ระบบของเราสามารถรองรับการจองคอร์ส ในรูปแบบต่างๆได้ ดังนี้
- รองรับการสมัครสมาชิก ทั้งรายปี รายเดือน หรือ เป็นครั้งๆไป ซึ่งท่านเจ้าของธุรกิจ สามารถกำหนดเองได้
- รองรับการจ่ายเงินทั้งในรูปแบบ เงินโอน บัตรเครดิต โดยมีระบบยืนยันการโอนเงินที่สะดวกง่ายดาย
- รองรับการจองคอร์ส เช็คได้ว่า ว่างหรือเต็มได้ทันที โดยไม่ต้องโทร หรือ E-mail สอบถาม
- รองรับการนับเวลาในการใช้สิทธิ์ของคอร์ส ว่าครบ หรือขาดอีกกี่ชั่วโมง
- รองรับการจองหลากหลายรูปแบบ เช่น 1 วัน จองคอร์สได้ 3 ช่วง สามารถระบุได้ว่า ลูกค้าต้องการจองคอร์ส ช่วงไหนบ้าง และเช็คได้ว่า ช่วงที่ต้องการจองเต็มหรือยัง
- ฯ ล ฯ
วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ตรวจสอบผลการเรียน
|
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบลงทะเบียนออนไลน์
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบสำหรับสถานศึกษา
รายงานสถิติการมาเรียนของนักเรียน
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
รายงานแสดงหน้าเว็บทันทีที่นักเรียนสแกนบัตร
การบันทึกสถิตินักเรียนที่ต้องทำมาหลายสิบปี
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556
Shopping Cart คืออะไร ช๊อปปิ้ง คาร์ท คือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เสมือนตะกร้าสินค้า ในการสั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์
Shopping Cart
Shopping Cart คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนตะกร้าหรือรถเข็นสินค้าที่ลูกค้าใช้ระหว่างการเลือกสินค้าบนเว็บไซต์ ซึ่งจะเก็บข้อมูลต่างๆของสินค้าทุกชิ้นที่ถูกเลือกไว้แล้ว เช่น รหัสสินค้า ราคา และจำนวนสินค้า ในขณะที่ลูกค้ากำลังเลือกสินค้าอื่นอยู่หรืออยู่ระหว่างรอชำระเงิน ระบบนี้จะเอื้ออำนวยให้ลูกค้าสามารถตรวจดูรายการสินค้า เพิ่มสินค้าใหม่ ย้ายสินค้าเดิมออก หรือเปลี่ยนแปลงจำนวนสินค้าตามที่ต้องการ ตราบใดที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบชำระเงิน ระบบการทำงานดังกล่าวนี้สามารถสร้างขึ้นเองได้โดยใช้สคริปต์ของบางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น ASP , CGI, หรือPHP บวกกับการทำงานของคุ้กกี้ในกรณีที่มีรายการสินค้าให้เลือกไม่มากนัก แต่สำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีรายการสินค้าให้เลือกเป็นจำนวนมากมักจะใช้การซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปแทน เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและรองรับข้อมูลได้มากกว่า
ระบบตะกร้าหรือรถเข็น แบ่งเป็น 2 ระบบได้แก่
1.ระบบแบบเติมตัวเลขจำนวนสินค้า
2.ระบบคลิกหยอดสินค้าลงตะกร้าที่ละชิ้น
การคลิกส่งสินค้าในแต่ละครั้งของทั้ง 2 แบบจะเป็นการส่งรหัสสินค้า, ราคา และข้อมูลอื่นๆ เข้าไปยังโปรแกรมประมวลผล เพื่อคำนวณยอดเงินและแสดงรายการที่สั่งซื้อไปแล้ว
ที่มา : http://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2086-shopping-cart-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html
Shopping Cart คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนตะกร้าหรือรถเข็นสินค้าที่ลูกค้าใช้ระหว่างการเลือกสินค้าบนเว็บไซต์ ซึ่งจะเก็บข้อมูลต่างๆของสินค้าทุกชิ้นที่ถูกเลือกไว้แล้ว เช่น รหัสสินค้า ราคา และจำนวนสินค้า ในขณะที่ลูกค้ากำลังเลือกสินค้าอื่นอยู่หรืออยู่ระหว่างรอชำระเงิน ระบบนี้จะเอื้ออำนวยให้ลูกค้าสามารถตรวจดูรายการสินค้า เพิ่มสินค้าใหม่ ย้ายสินค้าเดิมออก หรือเปลี่ยนแปลงจำนวนสินค้าตามที่ต้องการ ตราบใดที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบชำระเงิน ระบบการทำงานดังกล่าวนี้สามารถสร้างขึ้นเองได้โดยใช้สคริปต์ของบางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น ASP , CGI, หรือPHP บวกกับการทำงานของคุ้กกี้ในกรณีที่มีรายการสินค้าให้เลือกไม่มากนัก แต่สำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีรายการสินค้าให้เลือกเป็นจำนวนมากมักจะใช้การซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปแทน เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและรองรับข้อมูลได้มากกว่า
ระบบตะกร้าหรือรถเข็น แบ่งเป็น 2 ระบบได้แก่
1.ระบบแบบเติมตัวเลขจำนวนสินค้า
2.ระบบคลิกหยอดสินค้าลงตะกร้าที่ละชิ้น
การคลิกส่งสินค้าในแต่ละครั้งของทั้ง 2 แบบจะเป็นการส่งรหัสสินค้า, ราคา และข้อมูลอื่นๆ เข้าไปยังโปรแกรมประมวลผล เพื่อคำนวณยอดเงินและแสดงรายการที่สั่งซื้อไปแล้ว
ที่มา : http://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2086-shopping-cart-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html
ป้ายกำกับ:
เปรมชนก คนึงทรัพย์,
ระบบ
วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบ School Solution
HIP School Solution
ระบบ School Solution
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบนักเรียนหรือนักศึกษา และส่งข้อมูลมาที่ส่วนกลาง ในการประมวลผมประสิทธิภาพการเรียน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองที่ฝากลูกหลานไว้ว่าได้เรียนหนังสือจริงตามที่โรงเรียนจัดตามตาราง รวมถึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้ออาหารภายในโรงเรียน มีระบบการซื้ออาหารจักบัตรนักเรียน หรือการใช้งานห้องสมุดของโรงเรียน การยืมคืนหรือคืนหนังสือที่มีระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบการเข้า-ออกประตู ที่มีการให้สิทธิ์ กับเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันบุคคลอื่นในพื้นที่พิเศษของสถานศึกษา เช่น ห้องพักอาจารย์ หรือ ห้องประชุมผู้บริหารโรงเรียน
เครื่องบันทึกเวลาด้วยลายนิ้วมือ
หรือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ เมื่อนักเรียนหรือนักศึกษามาถึงโรงเรียน ให้บันทึกลายนิ้วมือ หรือทาบบัตรนักศึกษา จะทำการส่ง SMS ไปให้ผู้ปกครองได้ทราบว่าบุตรหลานได้เดินทางมาถึงแล้ว สร้างความสบายใจ และเช็คเวลาการมาเรียนได้ทันทีพร้อมกันนั้น อาจารย์ก็สามารถทราบว่านักเรียนคนนั้นได้มาเรียนจริง สามารถเช็คเวลาเรียนได้เพราะมีโปรแกรมคำนวนชั่วโมงเรียนของนักเรียนหรือ นักศึกษาว่ามีสิทธิ์สอบหรือไม่ โดยส่งข้อมูลให้กับฝ่ายทะเบียนได้ทันที เพิ่มความรวดเร็วยิ่งขึ้น
ระบบการซื้ออาหาร
โดยบัตรของนักศึกษาสามารถแลกคูปองเพื่อซื้ออาหารสามารถควบคุมการจำหน่ายอาหารของโรงเรียน ช่วยสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนหรือ สถานศึกษาต่างๆ ได้โดยสามารถใช้งานได้จากบัตรนักศึกษาเพียงใบเดียว รวมถึงสามารถเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองพร้อมกับการชำระค่าเทอม ของนักเรียนนักศึกษาทำไห้นักเรียนไม่จำเป็นต้องพกเงินจำนวนมากต่อวัน และสามารถควบคุมเงินได้
สามารถยืม-คืนหนังสือ จากห้องสมุดได้โดยเช็คสิทธิ์ในการยืมจากบัตร RFID เนื่องจากมีการสร้างฐานข้อมูลเป็นอันเดียวกันกับทะเบียนนักศึกษาทั้งหมดซึ่งสามารถเช็คจำนวนวันเวลาที่ทำการยืม แจ้งเตือนการครบกำหนดการยืม รวมถึงสามารถสรุปรายงานของรายการหนังสือได้ว่าคงเหลือเท่าไรและยังอยู่ที่ใครได้อย่างรวดเร็วประหยัดเวลารวงมทั้ง มีความแม่นยำ
ที่มา : http://www.hip.co.th/hip-solution/906-hip-solution/157-hip-school-solution.html
วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ระบบการจองตั๋วเครื่องบิน
ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบิน
ผ่านเว็บไซต์ จองตั๋ว-เครื่องบิน.com
ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
ใช้เวลา เพียง 2- 3 นาที ในการจองแต่ละครั้ง
วีดีโอสาธิตการจองตั๋วเครื่องบิน
ภาพประกอบ
| 1. กำหนดข้อมูล การเดินทางที่ต้องการจองผ่านระบบค้นหา แล้วคลิก Search |
| 2.ระบบ จะแสดงรายละเอียดการเดินทาง และ เที่ยวบินที่มีในวันนั้นๆ ราคาตั๋ว ให้ท่านทำการเลือกจอง |
| 3.ให้ คลิกเลือกเที่ยวบินที่ต้องการ แล้ว คลิก NEXT |
| 4. ระบบจะแสดง รายละเอียดการจอง และให้ท่านกรอกชื่อ / เบอร์โทร / E-mail และรายละเอียดต่างๆ |
| 5.เลือกวิธีชำระเงินที่ต้องการ ตลอดจนกรอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือ เบอร์ FAX ตรวจสอบรายละเอียดให้เรียบร้อย แล้ว คลิกปุ่ม Finish เสร็จสิ้นการจองตั๋วเครื่องบิน |
| ไม่แน่ใจขั้นตอนไหน โทรด่วนที่ Call Center 02-2743255 ตลอด 24 ชั่วโมง |
ป้ายกำกับ:
ระบบ,
สุภกิจ สวนกูล
|
| ตรวจสอบผลการเรียน |
| สนามสอบและข้อมูลการสอบ |
| การลงทะเบียน |
| แบบฟอร์ม |
ที่มา : http://www.stou.ac.th/Thai/Bachelor/ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



