แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนิษฐา ศรีสุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนิษฐา ศรีสุข แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ( School Management Information System)
ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) คือระบบแบบเฉพาะเจาะจงชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มของส่วนประกอบพื้นฐานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกันในการเก็บ (นำเข้า), จัดการ (ประมวลผล) และเผยแพร่(แสดงผล) ข้อมูลและสารสนเทศและสนับสนุนกลไกลของผลสะท้อนกลับ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ
1. ส่วนที่นำเข้า (Inputs) ได้แก่การรวบรวมและการจัดเตรียมข้อมูลดิบ ส่วนที่นำเข้านี้สามารถมีได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการโทรเข้าเพื่อขอข้อมูลในระบบสอบถามเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในใบ สอบถามการให้บริการของร้านค้าฯลฯ ขึ้นอยู่กับส่วนแสดงผลที่ต้องการ ส่วนที่นำเข้านี้อาจเป็นขบวนการที่ทำด้วยตัวเองหรือเป็นแบบอัตโนมัติก็ได้ เช่นการอ่านข้อมูลรายชื่อสินค้าและรายราคาโดยเครื่องอ่าน บาร์โค้ดของห้างสรรพสินค้า จัดเป็นส่วนที่นำเข้าแบบอัตโนมัติ
2. การประมวลผล (Processing) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนและการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของส่วนแสดงผลที่มีประโยชน์ ตัวอย่างของการประมวลผลได้แก่การคำนวณ การเปรียบเทียบ การเลือกทางเลือกในการปฏิบัติงานและการเก็บข้อมูลไว้ใช้ในอนาคต โดยการประมวลผลสามารถทำได้ด้วยตนเองหรือสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้ ตัวอย่างเช่น ระบบคิดเงินเดือนพนักงาน สามารถคิดได้จากการนำจำนวน ชั่วโมงการทำงานของพนักงานคูณเข้ากับอัตราค่าจ้างเพื่อให้ได้ยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายรวม ถ้าชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์มากกว่า 40 ชั่วโมงอาจมีการคิดเงินล่วงเวลาให้ โดยเพิ่มเข้าไปกับเงินรวม จากนั้นอาจจะทำการหักภาษีพนักงาน โดยการนำเงินรวมมาคิดภาษีและนำเงินรวมมาลบด้วยภาษีที่คำนวณได้ จะทำให้ได้เงินสุทธิที่ต้องจ่ายให้กับพนักงาน
3. ส่วนที่แสดงผล (Outputs) เกี่ยวข้องกับการผลิตสารสนเทศที่มีประโยชน์ มักจะอยู่ในรูปของเอกสาร หรือรายงานหรืออาจะเป็นเช็คที่จ่ายให้กับพนักงาน รายงานที่นำเสนอผู้บริหารและสารสนเทศที่ถูกผลิตออกมาให้กับผู้ถือหุ้น ธนาคาร หรือกลุ่มอื่นๆ โดยส่วนแสดงผลของระบบหนึ่งอาจใช้เป็นส่วนที่นำเข้าเพื่อควบคุมระบบหรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้ เช่นในขบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ พนักงานขาย ลูกค้า และ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์อาจจะทำการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบนี้ด้วย จนกระทั่งได้ต้นแบบที่ตรงความต้องการมากที่สุด จึงส่งแบบนั้นไปทำการผลิต จะเห็นว่าแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จากการออกแบบแต่ละครั้งจะเป็นส่วนที่ถูกนำไปปรับปรุงการออกแบบในครั้งต่อๆ ไป จนกระทั่งได้แบบ สุดท้ายออกมา อาจอยู่ในรูปของสิ่งพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์หรือแสดงอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์แสดงผลตัวหนึ่งหรืออาจจะอยู่ในรูปของรายงานและเอกสารที่เขียนด้วยมือก็ได้
4. ผลสะท้อนกลับ (Feedback) คือส่วนแสดงผลที่ใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อส่วนที่นำเข้าหรือส่วนประมวลผล เช่น ความผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลนำเข้าหรือทำการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลเพื่อให้ได้ส่วนแสดงผลที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ระบบการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ถ้าทำการป้อนชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์เป็น 400 แทนที่จะเป็น 40 ชั่วโมง ถ้าทำการกำหนดให้ระบบตรวจสอบค่าชั่วโมงการทำงานให้อยู่ในช่วง 0-100 ชั่วโมง ดังนั้นเมื่อพบข้อมูลนี้เป็น 400 ชั่วโมง ระบบจะทำการส่งผลสะท้อนกลับออกมา อาจจะอยู่ในรูปของรายงานความผิดพลาด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขจำนวนชั่วโมงการทำงานที่นำเข้ามาคำนวณให้ถูกต้องได้

ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS)
ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software), ข้อมูล(Data), บุคคล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

 1. ฮาร์ดแวร์ คืออุปกรณ์ทางกายภาพ ที่ใช้ในการรวบรวม การนำเข้า และการจัดเก็บข้อมูล, ประมวลผล ข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ และแสดงสารสนเทศที่เป็นผลลัพธ์ออกมา
2. ซอฟต์แวร์ ประกอบด้วยกลุ่มของโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และใช้ในการประมวลผลข้อมูลเป็นสารสนเทศ
3. ข้อมูล ในส่วนนี้หมายถึงข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล โดยฐานข้อมูล (Database) หมายถึงกลุ่มของค่าความจริงและสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องกันนั่นเอง
4. บุคคล หมายถึงบุคคลที่ใช้งานและปฏิบัติงานร่วมกับระบบสารสนเทศ
5. ขบวนการ หมายถึงกลุ่มของคำสั่งหรือกฎ ที่แนะนำวิธีการปฏิบัติงานกับคอมพิวเตอร์ในระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจได้แก่การแนะนำการควบคุมการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์, วิธีการสำรองสารสนเทศในระบบและวิธีจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
6. การสื่อสารข้อมูล หมายถึงการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดต่อสื่อสาร และช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่าย (Network) ที่มีประสิทธิภาพได้ โดยเครือข่ายใช้ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้ด้วยกัน อาจจะเป็นภายในอาคารเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน หรือทั่วโลก เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
(http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Knowledge/Management%20Information%20Systems/mis2.htm)

คุณลักษณะที่ดีของสารสนเทศ
1. ใช้ง่าย ใช้เวลาเรียนรู้น้อย
2. ผิดพลาดน้อย (Error rate)
3. เมื่อมีข้อบกพร่อง สามารถแก้ไขได้เร็ว (MTBF)
4. เก็บรวบรวมข้อสนเทศที่เกิดจากการปฎิบัติงานตามปกติ
5. ให้ข้อสนเทศได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา

ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ประกอบด้วยระบบงานต่าง ๆ ดังนี้
1. การวางแผนจัดการเรียนการสอนและอัตรากำลัง
2. การจัดชั้นเรียนตามความต้องการของผู้เรียน วิชาเลือกเสรี พื้นฐานอาชีพ
3. การจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อสนองตอบความต้องการของชุมชน
4. การจัดทำทะเบียนประวัติ และพัฒนาการของนักเรียน
5. การวัดวิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
6. ธนาคารข้อสอบ
7. ระบบงานห้องสมุด
8. ระบบงานปกครอง
9. ระบบงานบุคลากร
10. ระบบงานธุรการ การเงิน และพัสดุ
11. ระบบสาธารณูปโภค อาคารสถานที่
12. ระบบงานแนะแนว
13. ระบบงานสหกรณ์/สวัสดิการ
14. ระบบงานสุขอนามัยและโภชนาการ
15. ระบบแผนงานและโครงการ

การสนทนาออนไลน์

การสนทนาออนไลน์

 
การสนทนาออนไลน์
การสนทนาออนไลน์ หรือ Internet Relay Chat (IRC) หมายถึง โปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อการสนทนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการพิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ดขึ้นสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งจะมีชื่อของผู้เล่นและข้อความแสดงขึ้นในหน้าต่างภายในจอคอมพิวเตอร์ของโปรแกรมสนทนา ให้คนอื่น ๆ ที่ร่วมสนทนาในห้องสนทนา (chat room) นั้น ๆ ได้เห็นว่า ผู้เล่นสนทนาคนอื่น ๆ สามารถเข้าสนทนาได้
บริการสนทนาออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต เป็นการสื่อสารผ่านข้อความ เสียง และรูปภาพจาก Webcam โดยมีการโต้ตอบกันอย่างทันทีทันใด (real-time) มีลักษณะเดียวกันกับการสนทนาโดยโทรศัพท์ ต่างกันตรงที่ผู้สนทนาจะสื่อสารผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งข้อความ ภาพ และเสียงให้กันโดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล 
การสนทนาออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะใช้งาน ข้อดีที่คือการได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ได้แนวความคิดหลากหลาย มองโลกได้กว้างขึ้นโดยที่เป็นการลดช่องว่างด้านเวลา และสถานที่ ทำให้ได้รับรู้ประสบการณ์ของผู้อื่นพร้อมกับเผยแพร่ประสบการณ์ของตัวเองที่เป็นประโยชน์ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ส่วนข้อเสียเป็นอาการติดสนทนาออนไลน์ไม่สนใจกิจกรรมอื่นนอกจากสนทนาออนไลน์ 
รูปแบบการสนทนาออนไลน์ ในปัจจุบันมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มสีสันการสนทนามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ความน่าสนใจ ทำให้เข้ามาสนทนาพูดคุย สามารถแบ่งรูปแบบการสนทนาออนไลน์อย่างกว้าง ๆ ได้เป็น รูปแบบด้วยกัน คือ Web Chat, Web Board และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ Web Chat เป็นการสนทนาโดยผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มสนทนาแล้วทุกคนที่ติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์นั้นสามารถได้รับข้อความนั้นได้พร้อม ๆ กัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าห้องสนทนา (chat room)เป็นการเข้าไปคุยกันในเว็บที่จัดให้บริการ เป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้บราวเซอร์ปกติ รูปแบบ และบรรยากาศของห้องคุยก็จะขึ้นอยู่กับผู้สร้างสรรค์เว็บบริการนั้น ๆ ว่าให้ความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งแต่ละห้องจะมีคนพูดคุยพร้อม ๆ กันหลายคน

รูปแบบการสนทนาออนไลน์ (Chat)
การสนทนาออนไลน์ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง
เป็นลักษณะการสนทนาแบบเป็นกลุ่ม โดยผู้สนทนาจะพิมพ์ข้อความที่ต้องการสื่อสารผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์จะส่งข้อความเหล่านั้นออกมาแสดงบนหน้าจอของทุกคนที่กำลังติดต่อกับกับเซิร์ฟเวอร์อยู่ซึ่งเราเรียกว่า ห้องสนทนา (Chat Room)
วิธีการสนทนาออนไลน์ผ่านทางเซิร์ฟเวอร์กลาง จะมีเทคนิคเพื่อให้เลือกใช้บริการดังนี้
1. การสนทนาออนไลน์ผ่านโปรแกรม คือ ลักษณะการสนทนาด้วยข้อความในห้องสนทนาโดยใช้โปรแกรมของแต่ละเครื่องของผู้ใช้ มีเซิร์ฟเวอร์มากมาย เช่น PIRCH,mIRC และ Comic Chat
2. การสนทนาออนไลน์ผ่านเว็บ (Web Chat) คือ รูปแบบของการนำวิธีการทำงานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์มาทำให้เกิดห้องสนทนา บนเว็บเพจของผู้ที่เข้าไปใช้บริการ โดยไม่ต้องมีโปรแกรมรันอยู่บนเครื่องของผู้สนทนา ปัจจุบันการสนทนาออนไลน์ผ่านเว็บได้นำเทคโนโลยี จาวา (Java) มาใช้เขียนโปรแกรม

ขั้นตอนการสนทนาแบบ Chat Room
1.พิมพ์ URL ที่ช่อง Address: htt://www.sanook.com
2.คลิกเลือกที่ คุยสด จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
Java Chat ซึ่งจะต้องติดตั้งโปรแกรม Java Applet ก่อน จึงจะสามารถสนทนารูปแบบนี้ได้Classic Chat เป็นรูปแบบดั้งเดิของการสนทนาออนไลน์โดยผ่ามเซิร์ฟเวอร์ สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆเพิ่มเติม
3.เมื่อเลือก Ciassic Chat จะมีรายชื่อของห้องสนทนาต่างๆภายในเซิร์ฟเวอร์แสดงออกมาให้ผู้ใช้ได้เลือกตามควมสนใจ เพื่อจะได้เข้าไปคุยกับเพื่อนๆภายในห้องสนทนาที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน
4.เมื่อเลือกห้องที่ต้องการสนทนาได้แล้ว จะปรากฎเว็บเพจในการแนะนำวิธีการ Log on เพื่อขอใช้บริการ พร้องทั้ให้พิมพ์ชื่อ และสีของข้อควมที่ต้องการใช้ระหว่างการสนทนจา เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ "เข้าห้อง"
5.เมื่อเข้าไปภายในห้องสนทนาแล้ว จะปรากฎชื่อของสมาชิกทั้งหมดภายในห้องสนทนานี้ และการสนทนาสามารถเลือกได้ว่าจะส่งข้อความถึงใคร หรือส่งถึงทุกคนภายในห้องก็ได้ แต่ขอความที่แสดงบนหน้าจอ ทุกคนที่อยู่ภายในห้องสนทนานั้นจะเห็นด้วยกันทั้งหมด
6.เมื่อเลิกผู้สนทนาที่เราต้องการส่งข้อความถึงแล้วนั้น เราก็ทำการพิมพ์ข้อความที่ต้องการจะส่งไป แล้วเลือกคลิกที่ Update ข้อความของเราจะไปปรากฎบนหฟน้าจดของทุกคนที่ใช้ห้องสนทนานี้
7.เมื่อต้องการออกจากหน้าสนทนา ให้คลิก Logoff
8.เพียงการทำงานตามขั้นตอนนี้ เราก็สามารถไปห้องสนทนายังห้องต่างๆได้โดยไม่ต้องทำการลงทะเบียนสมัครป็นสมาชิของเว็บไซต์ที่ให้บริการเหล่านั้น และเมื่อทำการ Logoff ออกจากห้องสนทนาห้องใดห้องหนึ่งแล้ว ก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปสนทนายังห้องอื่นๆต่อไปได้อีก

การสนทนาออนไลน์โดยตรงระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
การสนทนาออนไลน์รูปแบบนี้จะไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การรับส่งสารแบบทันทีทันใด หรือ Instant Messaging เช่นโปรแกรม ICQ,MSN Messenger, Yahoo Messenger, Windows Messenger เป็นต้น จะเป็นรูแบบของการสนทนาแบบตัวต่อตัว มิใช่ลักษณะการสนทนาในแบบห้องสนทนา
 
MSN



CLO88 ( หวยออนไลน์ )

CLO88 ( หวยออนไลน์ )


CLO88 แทงหวย หวยออนไลน์ บริการลอตเตอรี่ออนไลน์ ใหม่ล่าสุดสำหรับท่านที่ต้องการเดิมพันหวย
โดย CLO88 เป็นระบบหวยออนไลน์มาตรฐานสูงระดับเอเชีย ให้ท่านได้สนุกทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น
เลขท้าย3ตัว , เลขท้าย2ตัว , เลขวิ่ง , โต๊ด , เต่ง , สูงต่ำ , บนล่าง พร้อมรับสวนลดสูงสุดถึง 35%
ไม่จำกัดยอดเดิมพัน เดิมพันได้ทุกเลข รับแทงหวยถึง 15.20น. อ้างอิงจากผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
เล่นได้จ่ายเต็มไม่มีหัก โอนเงินให้ทันที รับเงินสดใน10นาที บอกลากันทีกับระบบเดินโพยเดิมๆ
Clo88

User ทดลองเกมส์ CLO88


TEST1 : 3tap01m11    Password : pp1234

TEST2 : 3tap01m12    Password : pp1234

TEST3 : 3tap01m13    Password : pp1234

TEST4 : 3tap01m14    Password : pp1234

เล่นผ่านเว็บ CLO88 Online : ไทย I อังกฤษ
สมัครสมาชิก CLO88 : สมัครสมาชิก I เปิดสมาชิก
** หากเปิดใช้งานโปรแกรมไม่ได้ให้ดาวน์โหลด Java ตัวใหม่มาติดตั้ง
** เพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพให้อัพเดทโปรแกรม Flash Player เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
** เวลาปิดอัพเดท SERVER : หลังจาก 15.20 น. เป็นต้นไปจนกระทั้งประการผลสลากกินแบ่งรัฐบาลเสร็จ
 

ขั้นตอน ติดตั้ง โปรแกรม CLO88 Lotto Online

อัตราจ่ายและส่วนลด
   
ประเภทการเล่น
อัตราจ่าย
ส่วนลด/ร้อยละ
4 ตัวบน
5000
35
4 ตัวโต๊ด
225
35
3 ตัวบน
550
33
3 ตัวล่าง
125
33
3 ตัวโต๊ด
105
33
2 ตัวบน
70
28
2 ตัวล่าง
70
28
2 ตัวโต๊ด
12
28
วิ่งบน
3
12
วิ่งล่าง
4
12
5. จากนั้นให้ท่านคลิกปุ่ม ตกลง
Clo88 - วิธีการติดตั้งโปรแกรมขั้นตอนที่5
6. เสร็จแล้วจะแจ้งตัวเลขที่ท่านได้แทงไป พร้อมกับคิดยอดเงินและหักส่วนลดตาม % ต่างๆให้ท่าน
Clo88 - วิธีการติดตั้งโปรแกรมขั้นตอนที่6
7. ท่านสามารถแทงหวยเพิ่มเติมได้จนกว่าหวยงวดนั้นๆ จะออกผลรางวัลหรือหากท่านต้องการ
    ที่จะปริ้นรายงานสรุปการแทงหวยออกมาดู ท่านก็สามารถทำได้โดยกดที่เมนูสั่งพิมพ์รายงานเดิมพัน
    ระบบจะ Preview Report ออกมาให้ท่านดูดังภาพด่านล่าง
Clo88 - วิธีการติดตั้งโปรแกรมขั้นตอนที่7
8. หากท่านต้องการยกเลิกรายการแทงหวยของวันไหน ให้ทำการยกเลิกโดยกดที่ปุ่มด้านขวามือสุด
    ยกเลิกการเล่น (โดยการยกเลิกต้องทำก่อนเวลา 15.00น. ของวันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศผล)
Clo88 - วิธีการติดตั้งโปรแกรมขั้นตอนที่8
9. โดยท่านสามารถเลือกดูผลการออกรางวัลงวดไหนก็ได้ โดยเลือกงวดที่ท่านต้องการตรวจสอบ
Clo88 - วิธีการติดตั้งโปรแกรมขั้นตอนที่9
10. กรณีที่ไม่สามารถเข้าสู่โปรแกรมได้ อาจเป็นปัญหาที่ระบบผู้ให้บริการอินเตอร์เนทของท่านไม่รองรับ
      การใช้งานของโปรแกรม ท่านสามารถ ติดต่อสอบถาม บริการฝาก-ถอน กติกาเกมส์ ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
      Clo88 Call Center : (082) 025-8603 , (083) 922-3895 ตลอด 24 ชั่วโมง

 Call Center 24 Hr. Every Day.
 Contact : Granddiamondcasino@hotmail.com I Call Center : 082-0258603 ; 083-9223895
 Copyright@2008-2013 Granddiamondcasino.com All rights reserved.

GclubRoyal1688Royal RubyGenting CrownHoliday PalaceRedDragonPrincess Crown1ScasinoSavan Vegas 999 Big Bonus Slot Gold Club SlotSbobetiBCbet
   

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การใช้งาน hi5

วิธีการใช้เครื่องมือการสร้างเว็บ Web Page Maker

วิธีการทำ Slideshow แบบงามๆ ด้วย jQuery ให้กับ Blogger

วิธีการทำ Slideshow แบบงามๆ ด้วย jQuery ให้กับ Blogger

jQuery
สวัสดีครับ ไม่ได้อัพบทความซะนานเลยผม ไม่รู้ว่าหายกันไปหมดหรือยัง วันนี้ผมมีลูกเล่นอีก 1 อย่างมานำเสนอ ให้เพื่อนๆ ได้เอาไปใช้งานกัน นั้นก็คือ Slideshow ที่สร้างด้วย jQuery นั้นแหละครับ แต่ ! มันจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ เบราเซอร์ นั้นๆ รองรับ Javascript ด้วยนะครับ เอาหละครับ มาเรื่มกันเลยดีกว่า…
ก่อนอื่นเราต้องมาเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือกันก่อนนะครับ เนื่องจากว่าต้องใช้สคริป 2 ตัวที่ชื่อjquery.js และ s3Slider. js มาใช้งานร่วมกันด้วยครับ ดาวน์โหลดได้ที่นี้ครับ >>คลิก<< หรือหากต้องการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก็หาอ่านได้จากที่นี้เลยครับ >>คลิก<< เสร็จแล้วก็มาเริ่มลงมือในบล็อกของเรากันครับ
1.เริ่มแรก หลังจาก Login แล้ว ให้ไปที่ รูปแบบ -> แก้ไข HTML และติ๊ก Checkbox ที่ ขยายแม่แบบเครื่องมือ (แล้วอย่าลืม Backup ธีมเก่าไว้ก่อนนะครับ กันพลาด คลิกที่ ดาวน์โหลดแม่แบบฉบับเต็ม)
2.นำ Code ด้านล่างไปวางไว้ในตำแหน่งก่อนที่จะปิด Tag &lt;/head&gt; นะครับ แล้วอย่าลืมแก้ตรงที่เป็นสีแดง ให้ชี้ไปยังต่ำแหน่งที่คุณเอาไฟล์ไปไว้ในโฮสนะครับ (หากใครไม่มีโฮสอ่านต่อด้านล่างนะครับ)
&lt;script src=' http://./jquery.js ' type='text/javascript'/&gt;         
&lt;script src=' http://./s3Slider.js ' type='text/javascript'/&gt;         
&lt;script type='text/javascript'&gt;         
//&lt;![CDATA[         
$(document).ready(function() {         
$('#slider1').s3Slider({         
timeOut: 5000         
});         
});         
//]]&gt;         
&lt;/script&gt;
2.1 สำหรับผู้ที่ไม่มีโฮสนะครับ ผมเห็นถามกันมาหลายคนจากบทความก่อนๆ หน้านี้ เราสามารถทำได้ง่ายๆ เลยนะครับ แต่ที่ไม่แนะนำ เพราะมันจะทำให้หน้า บล็อกของเราทำงานช้าครับ ถ้าให้ดีหาโฮสฟรีกมาใช้ก็ได้
วิธีทำสำหรับคนที่ไม่มีโฮสนะครับ ให้ทำการเปิดไฟล์ jquery.js และ s3Slider. js ด้วยอะไรก็ได้ครับ ตามถนัดเลย Notepad ก็ได้ แล้วทำการ Copy ข้อมูลทั้งหมดในนั้น *ทั้ง 2อัน มาวางทับตรงที่ผมเน้นสีแดงไว้ทั้งหมด  ผมเน้นแล้วนะครับว่าสีแดงทั้งหมด ตาม Code ด้านล่างเลยนะครับ
&lt;script type='text/javascript'&gt;      
//&lt;![CDATA[       
/* Copy ข้อมูลทั้งหมดมาวางที่นี้นะครับ */       
//]]&gt;       
&lt;/script&gt;       
&lt;script type='text/javascript'&gt;       
//&lt;![CDATA[       
$(document).ready(function() {       
$('#slider1').s3Slider({       
timeOut: 5000       
});       
});       
//]]&gt;       
&lt;/script&gt;
3.ทำการเพิ่ม CSS เข้าไปในส่วนของ CSS นะครับ แทรกตรงไหนก็ได้ ตรงที่ผมเน้นสีแดงเอาไว้ จะเป็นขนาดของ ความกว้าง และ ความสูงที่จะให้แสดงนะครับ เราก็ทำการแก้ไขซะเอาขนาดตามขนาดที่เราต้องการ
#slider1 {      
width:525px; /* To be same as image width */       
height:237px; /* To be same as image height */       
position: relative;       
overflow: hidden;       
border:1px solid #eee;       
margin:0 auto;       
} 
#slider1Content { width:525px; /* To be same as image width or wider */ position: absolute; top: 0; list-style:none; margin:0; padding:0; } .slider1Image { float: left; position: relative; display: none; } .slider1Image span { position: absolute; font: 10px/15px Arial, Helvetica, sans-serif; padding: 10px 13px; width:550px; background-color: #000; filter: alpha(opacity=70); -moz-opacity: 0.7; -khtml-opacity: 0.7; opacity: 0.7; color: #fff; display: none; bottom:0; } .clear { clear: both; } .slider1Image span strong { font-size:14px; }
ตอนนี้เสร็จขั้นตอนในหน้าแก้ไข HTML แล้วครับ กด Save ได้เลยครับ แล้วไปต่อกันที่ องค์ประกอบของหน้า
4.มาที่ องค์ประกอบของหน้านะครับ แล้วเลือกเพิ่ม Gadget แบบ html/javascript ขึ้นมา 1อัน แล้วเอาวางไว้ด้านบน บทความบล็อก (หรือหากใครอยากไว้ตรงไหนก็ปรับแต่งตามใจชอบได้เลยครับ) แล้วนำ Code ด้านล่างนี้ไปวางนะครับ
&lt;div id=&quot;slider1&quot;&gt;      
&lt;ul id=&quot;slider1Content&quot;&gt; 
&lt;li class=&quot;slider1Image&quot;&gt; &lt;a href=' http://ลิ้งที่เราต้องการลิ้งไป '&gt; &lt;img alt=&quot;my image&quot; src=&quot; http://ลิ้งของรูปภาพที่ต้องการแสดง&quot;/&gt; &lt;/a&gt; &lt;span&gt; &lt;strong&gt; Title ที่จะให้แสดง &lt;/strong&gt; &lt;br/&gt; description ที่จะให้แสดง &lt;/span&gt; &lt;/li&gt;
&lt;li class=&quot;slider1Image&quot;&gt; &lt;a href=' http://ลิ้งที่เราต้องการลิ้งไป '&gt; &lt;img alt=&quot;some image&quot; src=&quot; http://ลิ้งของรูปภาพที่ต้องการแสดง&quot;/&gt; &lt;/a&gt; &lt;span&gt; &lt;strong&gt; Title ที่จะให้แสดง &lt;/strong&gt; &lt;br/&gt; description ที่จะให้แสดง &lt;/span&gt; &lt;/li&gt;
&lt;div class=&quot;clear slider1Image&quot;&gt;&lt;/div&gt; &lt;/ul&gt; &lt;/div&gt;
*หมายเหตุ Code ด้านบนเป็นเพียงตัวอย่างการแสดงแบบ 2 ภาพนะครับหากต้องการมากกว่านี้ ก็เพิ่มได้ครับ และหากต้องการ ปรับแต่งการแสดงผลแบบว่า ให้ Title กับ คำอธิบาย แสดงจากด้านบน หรือ ทางด้านข้าง ก็สามารถทำได้นะครับ ท่านสามารถศึกษาได้จากไฟล์ ที่ได้ดาวน์โหลดไป หรือ ศึกษาเพิ่มเติม

เทคนิคแต่งภาพให้ฟุ้ง นุ่มนวล ด้วย photoshop

เทคนิคแต่งภาพให้ฟุ้ง นุ่มนวล ด้วย photoshop

มารู้จักกับอีกเทคนิคการแต่งภาพ ง่ายๆอีกเทคนิคหนึ่ง แต่ว่าสามารถสร้างความรู้สึกใหม่ๆให้กับภาพของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หากใครที่ติดตามผลงานของช่างภาพหลายๆท่าน ตามเว็บบอร์ดเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพต่างๆ
เราก็จะเห็นว่าภาพของบางท่านนั้นดูนุ่มนวล ฟุ้ง เหมือนกับอยู่ในฝัน ดังภาพ

ภาพที่แนบมา
ขอบคุณคุณ Forzanu ที่เอื้อเฟื้อภาพ ภาพอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 

แล้วเค้าถ่ายกันยังไง ใช้เลนส์แบบไหน แล้วตั้งค่ากล้องยังไง หากใครยังสงสัย คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่กล้องครับ
แต่มันขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี นั่นคือ Photoshop นั่นเอง

---------------------------------------------------------------------------
เทคนิคในการปรับแต่งภาพถ่ายของเรานั้นไม่ยากครับ มาดูตัวอย่างภาพ และขั้นตอนการทำงานทีละขั้นตอนกันเลยครับ
ก่อนอื่นเรามาเปรียบเทียบภาพผลลัพธ์ที่ได้ เที่ยบกับภาพต้นฉบับกันนะครับ

ภาพที่แนบมา
Before

ภาพที่แนบมา
After


มาเริ่มกันเลยครับ
  1. เปิดภาพที่ต้องการครับ จะ resize ภาพให้ได้ขนาดที่ต้องการรอไว้ก่อนเลยก็ได้ครับ
    ภาพที่แนบมา
  2. เมื่อเปิดภาพขึ้นมาแล้ว ใน palette "Layer" เราจะได้เลเยอร์มาชื่อว่า "Background" ให้เราทำการก๊อปปี้เลเยอร์ครับ โดยคลิกขวาที่เลเยอร์ Background แล้วเลือก Duplicate Layer... ครับ
    ภาพที่แนบมา
  3. เราก็จะได้เลเยอร์ใหม่ขึ้นมาชื่อว่า "Background copy" ให้เราคลิกที่เลเยอร์ Background copy ครับ เนื่องจากต่อไปเราจะจักการกับเลเยอร์นี้ไปจนจบขั้นตอนครับ
    ภาพที่แนบมา
  4. เราจะมาปรับภาพให้เบลอกันหน่อย จะเบลอทำไม เดี๋ยวได้เห็นครับ โดยไปที่เมนู Filter > Blur > Gaussian Blur... ตามภาพเลยครับ
    ภาพที่แนบมา
  5. จากนั้นเราจะทำให้เบลอแล้วครับ โดยปรับค่า Radius ไปที่ 20 pixels (หรือใครจะปรับมากหรือน้อยกว่านี้ก็ไม่ขัดศรัทธาครับ)
    ภาพที่แนบมา
  6. ต่อไปเราจะมาสร้างปาฏิหารย์กันครับ โดยกลับมาที่ palette "Layer" จิ้มที่ Opacity ปรับให้เหลือ 25% ครับ
    ภาพที่แนบมา
  7. โอ้ว! แม่เจ้า! เสร็จแล้วครับ อะไรจะง่ายและรวดเร็วอย่างนี้ เสร็จแล้วครับ เราจะได้ภาพเบลอฟุ้งนุ่มนวลเหมือนฝันได้ง่ายๆครับ ลองหารูปสวยๆรูปอื่นมาแต่งดูนะครับ แล้วคุณจะหลงรักมันเหมือนผม
    ภาพที่แนบมา
เสร็จไปแล้วครับกับเทคนิคง่ายๆได้ประโยชน์ ลองทำกันดูนะครับ แล้วอย่าลืมเอาผลงานมาแบ่งให้ดูด้วยนะครับ คงได้รูปสวยๆกันทุกคนแน่นอนครับงานนี้ 

น้ำตกพลิ้ว

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกพลิ้ว

  • ชื่อสถานที่ :น้ำตกพลิ้ว
  • ที่ตั้ง :อ.แหลมสิงห์ จ.ระยอง
  • การเดินทาง:คลิกเพื่อดูรายละเอียดการเดินทาง
  • ประเภท :น้ำตก
  • ช่วงเวลาน่าเที่ยว :ตลอดทั้งปี
  • กิจกรรม :พักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำตก
         น้ำตกพลิ้ว แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วจังหวัดจันทบุรี ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดอื่นๆ ต่างรู้จักกันดี และนิยมไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากที่สุดไม่เพียงความสวยงามของน้ำตกเท่านั้น น้ำตกพลิ้วยังเป็นบันทึกถึงความหลัง ความรักความทรงจำ แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จากข้อความที่สลักไว้ณ "สถูปพระนางเรือล่ม" อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่อยู่คู่กับ"น้ำตกพลิ้ว" เมืองจันทบุรี มาร้อยกว่าปี
        "ที่ระลึกถึงความรักแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอรรคมเหสีซึ่งเสด็จทิวงคตแล้ว ด้วยเธอได้มาถึงที่นี่ เมื่อจุลศักราช 1236 โดยความยินดีชอบใจอนุสาวรีย์นี้ สร้างขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์บรมราช ผู้เป็นพระสวามี อันมีความทุกข์เพราะเธอเป็นอย่างยิ่ง ในจุลศักราช 1243"
        น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามอยู่ในเขต อำเภอแหลมสิงห์ บนเทือกเขาสระบาป มีน้ำตลอดปี ประกอบด้วยสายธาร 2 สายสายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ทิ้งตัวลงมาจากผาสูง20 เมตร ทั้งสองสายไหลมาสู่แอ่งน้ำใสขนาดใหญ่ชั้นล่างสุด แอ่งน้ำนี้เป็นแอ่งน้ำที่ใสมาก สามารถมองเห็นพื้นล่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า2 เมตร มีปลาใหญ่น้อยหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะปลาพลวงหินเป็นที่ตื่นตาตรึงใจกับฝูงปลาแก่ผู้ที่ไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
           รัชกาลที่5 เสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วแห่งนี้หลายครั้งในระหว่างปี พ.ศ. 2417-2424และทรงยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่งดงามที่สุดในบรรดาน้ำตกที่พระองค์เคยเสด็จประพาสดังที่มีพระราชดำรัสว่า " เราได้เห็นน้ำตกอย่างนี้มาสองสามแห่ง คือที่ปีนังเกาะช้าง และสีพยา เห็นไม่มีที่ไหนจะงามกว่าที่นี่เลยถ้าจะให้เรานั่งดูอยู่ยังค่ำก็แทบจะได้ด้วยเย็นสบายจริง”
            ชื่อของ"น้ำตกพลิ้ว"มีข้อสันนิษฐานว่า ที่มาของคำว่า "พลิ้ว" นั้น เป็นภาษาชองแปลว่า"ทราย" หรือ "หาดทราย"ซึ่งชาวชองนี้เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ตั้งรกรากอยู่คู่เมืองจันท์มาเนิ่นนานโดยปัจจุบันยังคงรวมกลุ่มกันอยู่อย่างหนาแน่นในกิ่งอำเภอเขาคิชณกูฏ อีกทางหนึ่งก็เข้าใจกันว่าชื่อน้ำตกมาจากต้น"พลิ้ว" ซึ่งเป็นไม้เถาที่ชอบขึ้นในดินปนทราย มีดอกเป็นช่อมีผลขนาดเล็กประมาณลูกเกด สีเหลืองอมแดง พบมากบริเวณแถวๆ น้ำตก

การเดินทางไปยังน้ำตกพลิ้ว

การเดินทางจากกรุงเทพฯ - ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางหลัก 2 เส้นทาง คือ
  1. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) สายบางนา - ตราด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 347เลี้ยวซ้ายประมาณ 2.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วรวมระยะทางประมาณ 340 กิโลเมตร
  2. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 317 แยกเข้าสู่ถนนสายบ้านบึง - แกลง เข้าจันทรบุรี(ตามถนนสายบางนา - ตราด) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 347 เลี้ยวซ้ายประมาณ 2.5 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร

ค่าใช้จ่ายสำหรับการมาเที่ยวน้ำตกพลิ้ว

คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปากกาอัจฉริยะ



          เก็บทุกอย่างที่จดบันทึกพร้อมเสียงที่ได้ยินไว้ในคอมพิวเตอร์ แถมยังย้อนกลับมาทบทวนได้ทุกครั้งที่ต้องการ ด้วยปากกาอัจฉริยะเพียงด้ามเดียว     หมดปัญหาจดโน้ตแล้วลืม เลคเชอร์ไปแล้วไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ด้วย “ไลฟ์สไครบ์ เอคโค สมาร์ทเพน” ปากกาอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ สามารถบันทึกทุกอย่างที่เขียนและเสียงที่ได้ยิน แถมยังส่งไปยังอีเมล เฟซบุ๊ค โทรศัพท์มือถือหรือกูเกิลดอคส์ ได้อีกด้วย
          ปากกาอัจฉริยะด้ามนี้มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว บันทึกข้อความเสียงได้ 400-800 ชั่วโมง แล้วแต่ความจุ ซึ่งมีให้เลือก2, 4 และ 8 กิ๊กกะไบท์ วิธีทำงานก็ไม่ซับซ้อน แค่ต้องมีสมาร์ทเพนหนึ่งด้ามและสมุดโน๊ตชนิดพิเศษสำหรับปากกาชนิดนี้โดย เฉพาะหนึ่งเล่ม เมื่อจะบันทึกก็เอาหัวปากกาไปจรดรูป “เรคคอร์ด” ที่อยู่ด้านล่างของหน้ากระดาษ ปากกาก็จะบันทึกทั้งรูป ตัวหนังสือที่เขียน และเสียงบรรยาย หากจะหยุดบันทึก ก็นำหัวปากกาไปจรดที่รูป“สต็อป” และหากจะกลับมาทบทวนข้อความที่จดบันทึกอีกครั้งก็แค่จรดหัวปากกาไปยังโน๊ต ที่บันทึก เสียงบรรยายก็จะออกมา
          นอกจากบันทึกโน้ตและเสียงแล้ว ไลฟ์สไครบ์ เอคโค สมาร์ทเพนยังสามารถเป็นดิกชันนารี อ่านออกเสียงภาษาต่างๆ เล่นเกม เปียโนหรือกีตาร์ได้อีกด้วย  ส่วนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญหรือราวๆ 3,000 บาท



หล่งที่มา :

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556